เหล่านี้ จ้าวฮูหยินเป็นผู้อาวุโส นางจะวางท่าก็เป็นการสมควร”
ทันทีที่สิ้นเสียงจ้าวซื่อก็ลุกพรวดขึ้นมายอบกายให้กับมหาเสนาบดีหลินอย่างแข็งเกร็ง “ท่านใต้เท้ามหาเสนาบดี อนุภรรยารู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
ที่จริงจ้าวซื่อจะซ่อนตัวอยู่ในเรือนของตนไม่ออกมาก็ได้ เพียงแต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่อาจกล้ำกลืนปล่อยความขุ่นเคืองนี้ไปได้ นางยิ่งไม่ปรารถนาให้คนอื่นๆ คิดว่านางเป็นคนที่จะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ อย่างไรก็ต้องออกมาปรากฏตัว เพียงแต่คาดไม่ถึงว่ามหาเสนาบดีหลินจะปฏิบัติต่อนางด้วยท่าทีเย็นชาเช่นนี้ เมื่อก่อนหากหลินชิงเวยทำอะไรไม่ถูกใจนางก็จะถูกมหาเสนาบดีหลินตำหนิทันที แต่บัดนี้มหาเสนาบดีหลินกลับหันมาตำหนินางแทน
เมื่อเห็นจ้าวซื่อต้องการออกจากงานเลี้ยง มหาเสนาบดีหลินไม่ได้แสดงท่าทีรั้งตัวนางเอาไว้ ด้วยรู้สึกว่านางอยู่ที่นี่กลับทิ่มแทงสายตายิ่งนักจึงเอ่ยขึ้นว่า “ไม่สบายก็กลับไปพักผ่อนเถิด”
จ้าวซื่อต้องการออกจากงานเลี้ยง หลินเสวี่ยหรงจึงมีท่าทีละล้าละลัง นางอยากจะไปอยู่เป็นเพื่อนจ้าวซื่อแต่ก็ไม่อาจตัดใจทิ้งงานเลี้ยงนี้ไปได้ จ้าวซื่ออ่านความในใจของนางออกจึงกล่าวเสียงอ่อนว่า “เสวี่ยหรงวันนี้ท่านอ๋องอยู่ที่นี่เจ้าไม่ต้องเอาแต่คิดถึงแม่แล้วทอดทิ้งท่านอ๋อง”
คำพูดนี้ของจ้าวซื่อเป็นการย้ำเตือนมหาเสนาบดีหลินในทางอ้อม ต่อให้พวกนางสองแม่ลูกไม่ดีอย่างไร หลินเสวี่ยหรงก็ได้ทำการหมั้นหมายกับเซี่ยนอ๋อ