จ้าวซื่อเห็นท่าทีของหลินชิงเวยที่แปลกไปก็ราวกับนางได้เห็นยมทูตอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้านางปรากฏความหวาดผวาขึ้นเป็นริ้วๆ ที่ติดอยู่ในใจของนาง นางร้องเสียงอู้อี้สองคำคิดจะซ่อนตัวจากหลินชิงเวย
จะต้องเป็นฝีมือของหลินชิงเวยแน่แล้ว ตนเองพูดไม่ได้ก็เป็นฝีมือนางเช่นกัน
จ้าวซื่อหันไปมองหลินเสวี่ยหรง หลินเสวี่ยหรงไหนเลยจะปล่อยให้โอกาสดีงามเช่นนี้หลุดลอยไปได้ นางโอบกอดจ้าวซื่อร่ำไห้ปิ่มว่าใจจะขาดอีกทั้งยังผลักร่างของหลินชิงเวยออกไปพร้อมกับพูดกับทุกคนว่า “ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาเสแสร้งแกล้งทำที่นี่ เป็นเจ้า เป็นเจ้าที่ผลักท่านแม่ของข้าจนตกลงไปในน้ำ เจ้าคิดจะทำร้ายนางจนตาย คิดจะให้นางจมน้ำตาย หากไม่ใช่เพราะทุกคนมาทันเวลา ท่านแม่ของข้าต้องถูกเจ้าทำร้ายจนตายแล้ว! ฮือๆๆ…” หลินเสวี่ยหรงร่ำไห้อย่างน่าเวทนา “เจ้าเป็นฆาตกรสังหารผู้อื่น พวกเรามีความแค้นอันใดกับเจ้ากันแน่!”
หลินชิงเวยสะบัดปลายผมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและกล่าวว่า “ถูกต้อง ระหว่างข้าและพวกเจ้ามีความแค้นอันใดกันแน่ ข้าช่วยชีวิตจ้าวฮูหยินแต่กลับถูกเจ้าย้อนกลับมาแว้งกัด?”
หลินชิงเวยไม่กังวลแม้แต่น้อย ในเมื่อทุกคนต่างเห็นกับตาว่านางเป็นคนช่วยชีวิตจ้าวฮูหยิน ต่อให้มหาเสนาบดีหลินมีใจเอนเอียงกว่านี้ เขาย่อมมิอาจกล่าวโทษหลินชิงเวยโดยไม่แยกแยะถูกผิด
หลังจากเกิดเรื่องกับเซ่อเจิ้งอ๋อง ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เช่นมหาเสนาบดีหลินมีหรือจะไม่ให้คนไปสืบสาวราวเรื่องของห