ลินชิงเวยในวังหลวง ดียิ่งนักที่เขาให้คนไปสืบ คิดไม่ถึงอย่างยิ่งว่าหลินชิงเวยจะมีความสามารถจริงๆ ไม่เพียงแต่ออกมาจากตำหนักเย็นสำเร็จ ซ้ำยังรับใช้ข้างกายฮ่องเต้ มักจะอยู่ร่วมกับฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋องเสมอ มิน่าเล่าเช้าวันนี้นางจึงร่วมนั่งรถม้าคันเดียวกับเซ่อเจิ้งอ๋อง
มหาเสนาบดีหลินเห็นบุคลิกท่าทีหนักแน่นมั่นคงและใจกว้างที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของหลินชิงเวยอย่างชัดเจน สาวใช้ข้างๆ นำเสื้อคลุมมาคลุมบนร่างของนาง นางเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาของหลินเสวี่ยหรงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น นางไม่เหมือนเมื่อก่อนจริงๆ เขาไม่รู้ว่านางเรียนรู้วิชาแพทย์ตั้งแต่เมื่อใดซ้ำยังถึงกับมีความแตกฉานในความรู้ทางการแพทย์เก่งกาจกว่าหมอหลวงของสำนักหมอหลวง
หลินเสวี่ยหรงคิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้กับหลินชิงเวย นางไม่รู้เดียงสายังคงกล่าวหาอย่างเอาเป็นเอาตาย “ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าที่ผลักท่านแม่ของข้าลงไป ท่านพ่อ” นางหันกลับมาคุกเข่าน้ำตานองหน้าอย่างน่าสงสารต่อหน้ามหาเสนาบดีหลิน กระทำการเรียกร้องอย่างไม่ไว้หน้ามหาเสนาบดีหลิน นางเรียกมหาเสนาบดีว่า “ท่านพ่อ” อย่างคุ้นชินต่อหน้าผู้คนทั้งหมด “ท่านพ่อ ท่านจะต้องคืนความเป็นธรรมให้เสวี่ยหรงและท่านแม่นะเจ้าคะ!”
ใบหน้าของมหาเสบาดีหลินเดือดดาลทันที ยามเช้าเขาเพิ่งจะตั้งคำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง ยามนี้จะให้ขุนนางในราชสำนักมองเขาอย่างไร ใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยโทสะ ห