ู้สึกอึดอับคับข้องใจยิ่งนัก
หลินชิงเวยเลิกคิ้วพูดขึ้นเนิบๆ ว่า “ดีชั่วอย่างไรก็เป็นท่านอ๋องคนหนึ่ง ไฉนจึงติดตามผู้อื่นราวกับเป็นแมลงวันเล่า?”
เซียวอี้กล่าว “แมลงวัน? แมลงวันล้วนไปติดตามดอมดมสิ่งของไม่สดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเจ้าและข้าชอบในกลิ่นเหม็นชนิดเดียวกัน” พูดแล้วก็ใช้สายตามองประเมินหลินชิงเวยขึ้นๆ ลงๆ แล้วเบ้ปากส่ายหน้าอย่างเกียจคร้าน “กระโปรงชุดนี้ไม่งดงาม”
หลินชิงเวยหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางราวกับสีสันของวสันตฤดู “ข้ารู้ ข้าไม่สวมจึงจะงดงามที่สุด”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวอี้กดลึกขึ้นยิ่งขึ้น เขาเดินเข้ามาหานางทีละก้าว บีบให้นางยืนติดกับกับโต๊ะแต่งหน้า เขายื่นมือมาลูบไล้เส้นผมที่ยังเปียกชื้นข้างแก้มของหลินชิงเวย “เช่นนั้นจะถอดหรือไม่ ให้ข้าได้ชื่นชมให้ละเอียดถี่ถ้วน”
นอกหน้าต่างคือทัศนียภาพของวสันตฤดูที่มาเยือน สายลมแห่งวสันตฤดูพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง นำพากลิ่นหอมอ่อนๆ ม่านพฤกษาหลายกิ่งที่พลิ้วไหวแผ่วเบา
ร่างของหลินชิงเวยเอนไปด้านหลัง ลำคอระหงจึงโดดเด่นอยู่เบื้องหน้างดงามอย่างที่สุด ด้วยนางกำลังเงยหน้าส่งผลให้กระดูกไหปลาร้าทั้งคู่นั้นประณีตและเว้าลึกอย่างชัดเจน นางจับจ้องเซียวอี้ด้วยสายตายั่วยวน ขณะที่เซียวอี้เคลื่อนกายแนบชิดเข้ามานางยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าแต่ปลายนิ้วของนางกลับจิ้มเข้าไปในดวงตาทั้งคู่ของเซียวอี้อย่างฉับพลัน