ชิงเวยยกขาขึ้นตวัดเข้าไปที่ข้างเท้าของจ้าวซื่อ คนทั้งสองจึงสลับตำแหน่งกันอย่างชาญฉลาด
จ้าวซื่อหันหน้าเข้าหาผิวน้ำของบ่อน้ำ ร่างของนางเอียงราวกับกิ่งดอกซิ่งแดงที่ยื่นออกมาอย่างไม่สงบเสงี่ยมเจียมตน น้ำหนักทั้งร่างของนางอาศัยเพียงข้อมือที่ถูกหลินชิงเวยบิดเอาไว้เท่านั้น หลินชิงเวยเพียงแค่ปล่อยมือนางย่อมต้องตกลงไปในน้ำอย่างมิต้องสงสัย
หลินเสวี่ยหรงที่อยู่ด้านหลังเพิ่งจะก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่ได้หันกลับไปด้วยซ้ำ “เจ้าก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว ข้าก็จะปล่อยมือนะ”
หลินเสวี่ยหรงได้แต่หยุดอยู่กับที่ นางกรีดร้องเสียงแหลม “หลินชิงเวย เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่! ข้ารู้ว่าเจ้าไม่กล้าปล่อยมือหรอก หากเจ้าดึงท่านแม่ของข้าขึ้นมาถือว่ายังดีหาไม่แล้วข้าไม่มีวันละเว้นเจ้า!”
หลินชิงเวยหันกลับมาเล็กน้อย นางมองหลินเสวี่ยหรงจากนั้นคลี่ยิ้มบางๆ “เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้าไม่กล้ามือ?” จากนั้นไม่รอให้หลินเสวี่ยตอบคำถาม นางปล่อยมือขณะที่หลินเสวี่ยหรงถลึงตาใส่นาง
เสียงตูมดังขึ้นครั้งหนึ่ง
ต่อมาเสียงร้องด้วยความตกใจของจ้าวซื่อก็ดังขึ้นเมื่อนางตกลงไปในน้ำ
น้ำสีมรกตในสระถูกรบกวนจนเกิดเป็นคลื่น จ้าวซื่อว่ายน้ำไม่เป็นจึงได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือในน้ำ เสียงร้องขอความช่วยเหลือของนางประเดี๋ยวมีประเดี๋ยวหาย
หลินเสวี่ยหรงตกใจจนหน้าขาวเผือด ชี้นิ้วอันสั่นเทิ้มมาที่นาง “เจ้า เจ้า…เจ้าถึงกลับกล้าผลักท่านแม่ของข