็นป้าสะใภ้ของท่านเช่นกัน เป็นผู้อาวุโส เจ้าพูดจาให้ความเคารพสักหน่อยได้หรือไม่?”
“เคารพสักหน่อย?” สายตาของหลินชิงเวยเรียบเฉย ริมฝีปากยกยิ้ม “ความเคารพนั้น ไฉนผู้อื่นไม่ให้แต่กลับร้องขอจากผู้อื่นด้วยตนเองเล่า เรื่องเหล่านี้เป็นความรู้สึกทั้งสองฝ่าย อย่างไรเล่า พวกเจ้าเรียกข้าว่าคนต่ำช้าได้ ข้ากลับเรียกพวกเจ้าว่า คนแซ่จ้าว คนแซ่หลิน ไม่ได้?”
หลินเสวี่ยหรงยังคิดจะโต้ตอบแต่ถูกจ้าวซื่อยับยั้งเอาไว้
หลินชิงเวยหัวเราะออกมา “ตกมาอยู่ในมือของพี่สาว พี่สาวจะให้พวกเจ้ารู้ว่า อะไรเรียกว่าไม่ทำผิดศีลธรรมย่อมไม่พ่ายแพ้”
แม้ในใจของจ้าวซื่อจะโกรธแค้นดังมีเปลวเพลิงลุกท่วมฟ้า สีหน้าท่าทางบนใบหน้าของนางแทบจะบิดเบี้ยวแต่นางยังคงข่มกลั้นอย่างที่สุด “ชิงเวย ป้าสะใภ้ยังต้องขอบคุณเจ้า โชคดีเพียงใดที่เจ้าช่วยเหลือ จึงช่วยเซ่อเจิ้งอ๋องให้พ้นจากอันตรายได้ทันเวลา หาไม่แล้วพวกเราไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี”
หลินชิงเวยเดาะปาก “จ้าวฮูหยินไม่ต้องขอบคุณข้า อาหารบนโต๊ะนั้นล้วนเป็นอาหารเลิศรส ทุกคนยังไม่ทันได้ลิ้มลอง แต่ข้ากลับลองชิมดูทุกอย่างแล้ว ไก่อบอ้อยนั้นรสชาติหวานและสดมาก ปลิงทะเลนั้นกรุบกรอบและมีรสชาติโอชาเช่นกัน”
ทันทีที่คำพูดนี้กล่าวออกไป จ้าวซื่อไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป “เจ้ามิใช่กล่าวว่าไก่อบอ้อยกินร่วมกับปลิงทะเลแล้วจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษอย่างง่ายดายหรือไร?”
หลิงชิงเวยกะพริบตาปริบๆ “ข้ามิใช่บอกด้วยห