รือว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนใช่หรือไม่? ไม่แน่ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องต้องพิษด้วยสาเหตุนี้ แต่ข้ากินแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นนี่นา”
“ไม่แน่ว่า?” จ้าวซื่อโกรธแค้นจนหัวเราะออกมา “ช่างเป็นความไม่แน่ที่ดียิ่งนัก! หลินชิงเวย ข้าว่าเจ้าต้องการกลับมาก่อเรื่องยุ่งยากกระมัง?!”
หลินชิงเวยค่อยๆ ใช้ฝ่ามือยันกายลุกขึ้นยืน นางปัดมือแล้วกล่าวว่า “อย่างไร พวกเจ้าเพิ่งได้สติคืนมาหรือ? มีเพียงพวกเจ้าที่ใช้วิธีชั้นต่ำได้ ไม่ให้ข้ากลับมาฟื้นฝอยหาตะเข็บ?” นางยิ้มจนดวงตาโค้งลง “เจ้าดูเจ้าสิ ทำงานอย่างยากลำบากมาเป็นเวลาหลายปีเช่นนี้เพื่อสกุลหลิน เริ่มจากเด็กกำพร้าหญิงม่ายที่เข้ามาขออาศัยอยู่ใต้ชายคาเรือนของผู้อื่น มาถึงเวลานี้เปลี่ยนจากฐานะของแขกผู้มาเยือนกลายมาเป็นเจ้าของเรือน คิดดูแล้วคงทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว บัดนี้ดูท่าทางตาเฒ่าใกล้จะรับเจ้ามาเป็นภรรยาเอกอยู่แล้ว พวกเจ้าสองคนแม่ลูกอดทนจนใกล้จะได้ดีแล้ว เขากลับให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่แต่งภรรยาเอกอีกตลอดกาล ด้วยรำลึกถึงภรรยาที่จากไปแล้ว”
จ้าวซื่อสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง หลินชิงเวยกล่าวอีก “พวกเจ้าควรจะขอบคุณข้า ตาเฒ่าผู้นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง หากมิใช่เพราะเกิดเรื่องกับเซ่อเจิ้งอ๋อง จะเห็นธาตุแท้ในจิตใจของเขาได้อย่างไรกัน เพื่อความปลอดภัยของตนเองแล้วเขาโยนพวกเจ้าสองแม่ลูกไปไว้อีกทางหนึ่งทันที พวกเจ้ายังคิดว่าตนเองเก็บสิ่งของล้ำค่าได้หรือ เพ