หลินชิงเวยยิ้มจนตาหยีและกล่าวว่า “แน่นอนว่าดูออกเจ้าค่ะ เมื่อสักครู่ข้าเห็นในจานของเซ่อเจิ้งอ๋องมีปลิงทะเลที่เหลือและก้างปลาเมื่อผนวกกับสุราฤทธิ์แรง อาหารทะเลและสุราจะก่อให้เกิดอาการแพ้ นี่เป็นเรื่องรอง บนโต๊ะมีปลิงทะเลและยังมีไก่อบอ้อย อาหารสองจานนี้ไม่เข้ากัน เมื่อนำมากินรวมกันจะทำให้ต้องพิษได้ง่าย พวกท่านลองคิดดูมีคนนำอาหารสองจานนี้มากินด้วยกันบ้างหรือไม่? จ้าวฮูหยิน ประจวบเหมาะกับท่านนำอาหารสองจานนี้วางไว้เบื้องหน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง นี่หมายความว่าอย่างไร?”
คนในยุคสมัยโบราณไหนเลยจะรู้ว่าอาหารจะส่งผลกระทบต่อกันได้เช่นนี้ อีกทั้งบนโต๊ะมีอาหารมากมายหลานจาน ใครจะจดได้ว่าเบื้องหน้าเซียวเยี่ยนมีอาหารอะไรบ้าง เมื่อหลินชิงเวยกล่าวคำพูดนี้ออกไป มหาเสนาบดีหลินจึงถลึงตาหนักๆ ให้จ้าวซื่อครั้งหนึ่ง
จ้าวซื่อร้อนตัวทันที “นายท่าน อนุภรรยาไม่รู้เรื่องเหล่านี้เจ้าค่ะ อนุภรรยาไม่รู้อะไรทั้งสิ้น…”
หลินชิงเวยกล่าวเรียบๆ “เจ้าไม่รู้เจ้ายังกล้าลุกขึ้นมาแนะนำอาหาร? วันนี้ข้ายังได้ยินจ้าวฮูหยินพูดกับฮูหยินและคุณหนูเหล่านั้นว่า วันนี้บิดาจะประกาศรับจ้าวฮูหยินเป็นภรรยาเอก”
สีหน้าของจ้าวซื่อขาวเผือดทันที สีหน้าท่าทางของมหาเสนาบดีหลินไม่น่าดูอย่างยิ่ง
ทุกคนล้วนเป็นคนมีฐานะและตำแหน่งอีกทั้งอายุที่มากขึ้น คำพูดบางอย่างพูดคุยเล่นกันในกลุ่มสตรีก็ไม่กระไรนัก ทว่าการให้มหาเสนาบดีหลินประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะรับจ้าวซื่