อเป็นภรรยาเอกของเขาแล้วละก็ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าอายุปูนนี้แล้วยังประพฤติตนหน้าไม่อาย จ้าวซื่อผู้นี้ยังเป็นภรรยาน้องชายของเขา ต่อให้เขารับเข้ามาในเรือนจริงๆ เหตุใดต้องทำเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม?
จ้าวซื่อไม่ต้องการหน้าตา เขามหาเสนาบดีหลินยังต้องการหน้าตา
หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ดูแล้วหากจ้าวซื่อคิดจะเป็นประมุขหญิงของครอบครัวยังต้องฝึกฝนอีกมาก”
“เจ้า” จ้าวซื่อกล่าวอย่างขุ่นเคืองใจ “ชิงเวย ยามปกติข้าดีต่อเจ้าไม่น้อย ไฉนเจ้าจึงพูดจาเช่นนี้”
หลินชิงเวยหัวเราะ “จ้าวฮูหยินต้องการอบรมสั่งสอนข้า ไม่สู้เร่งคิดหาวิธีที่จะช่วยเซ่อเจิ้งอ๋องได้อย่างไรดีกว่ากระมัง เซ่อเจิ้งอ๋องจะแย่แล้ว”
ท่านหมอร้อนใจจนเหงื่อแตกท่วมตัวกล่าวขึ้นว่า “ท่านใต้เท้ามหาเสนาบดี ข้าน้อย ข้าน้อยไม่รู้ว่าจะเริ่มรักษาอย่างไรจริงๆ ขอรับ…”
เซี่ยนอ๋องกลับหันมามองหลินชิงเวย ในที่สุดเขากล่าวกลั้วหัวเราะขึ้นว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียง เมื่ออยู่ในวังมักจะเห็นเจ้าอยู่ข้างกายฝ่าบาท ถวายการรักษาพระวรกายฝ่าบาทจนอาการประชวรกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เซ่อเจิ้งอ๋องเพียงแค่อาหารเป็นพิษไม่ใช่เจ้ารักษาไม่ได้กระมัง?”
มหาเสนาบดีหลินตื่นตะลึง รีบถามว่า “ชิงเวย เจ้ารักษาได้จริงๆ หรือ?”
“ท่านพ่อ หรือท่านพ่อก็ไม่กระจ่างแจ้งว่าข้ารักษาได้หรือไม่?” หลินชิงเวยย้อนถาม มหาเสนาบดีหลินตอบคำถามนี้ไม่ได้
ถูกต้อง บุตรีของตนเองมีความสามารถอะไรบ้างต