นย่อมกระจ่างแจ้งดี ไฉนจะมีความสามารถทางการแพทย์เช่นเซี่ยนอ๋องกล่าวได้
เซี่ยนอ๋องกล่าว “ดูแล้วมหาเสนาบดีหลินยังไม่รู้ว่าเจาอี๋เหนียงเหนียงร้ายกาจเพียงใด เจาอี๋ใยต้องซ่อนคมไว้ในฝักด้วยเล่า? ในวังล้วนรู้ดีว่าความรู้ทางการแพทย์ของเจาอี๋นั้นเป็นเลิศ ล้ำหน้าสำนักหมอหลวงทั้งสำนัก เพียงแต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกโจษจันมาถึงข้างนอกเท่านั้นเอง อีกประเดี๋ยวพิสูจน์ก็รู้ว่าหลินเจาอี๋แตกฉานในวิชาแพทย์ ทว่ากลับปฏิเสธที่จะช่วยรักษาเซ่อเจิ้งอ๋อง สกุลหลินทั้งครอบครัวต้องถูกทำให้เดือดร้อนไปด้วย”
มหาเสนาบดีหลินได้ยินเช่นนั้นจึงเชื่อในคำพูดของเซี่ยนอ๋องทันที เขากล่าวอย่างคาดหวังว่า “ชิงเวย ในเมื่อเจ้ารู้วิชาแพทย์ ไยไม่รีบลงมือรักษา หรือเจ้าต้องการให้พวกเราทุกคนถูกเจ้าทำให้เดือดร้อนไปด้วยใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยเลิกคิ้วทว่าน้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด “จิตใจของท่านพ่อลำเอียงไปอยู่ด้านขวาแล้วกระมัง ช่างรู้จักเปลี่ยนตัวผู้ร้ายเหลือเกิน ก่อนหน้านี้เป็นจ้าวฮูหยินมิใช่หรือ เวลานี้กลายเป็นข้าเสียแล้ว ก็ใช่ เมื่อก่อนท่านพ่อมักใช้วิธีการเช่นนี้ในการแก้ปัญหาเสมอ” มหาเสนาบดีหลินอ้าปาก ไม่รอให้เขาพูดจาสักประโยค หลินชิงเวยโบกไม้โบกมือแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เดือดร้อนก็เดือดร้อน อย่างไรผู้ที่ทำให้เซ่อเจิ้งอ๋องต้องพิษก็ไม่ใช่ข้า ข้าเป็นบุตรสาวที่แต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดอ