ที่นี่จริงๆ เช่นนั้นสกุลหลินย่อมไม่อาจรักษาศีรษะเอาไว้ได้ พวกเขาไหนเลยจะไม่ตื่นตระหนก
เพียงแต่คนในครอบครัวเหล่านี้ หลินชิงเวยไม่รวมอยู่ในนั้น
ชั่วพริบตาเบื้องหน้าโต๊ะอาหารตัวใหญ่ ที่ควรไปก็ไปแล้วเหลือเพียงหลินชิงเวยเผชิญหน้ากับเซียวอี้สองคน คนทั้งสองกลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง ควรกินก็กินต่อไป ควรดื่มก็ดื่มต่อไป
เซียวอี้มีความสุขกับการกินดื่มของตน เขากล่าวขึ้นว่า “หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเซ่อเจิ้งอ๋อง เจ้าไม่กังวลหรือไร? หากมีเรื่องอันใดขึ้นจริงๆ เจ้าในฐานะบุตรสาวคนโตของสกุลหลินย่อมต้องร่วมประสบเคราะห์กรรมไปด้วย”
หลินชิงเวยกินปลิงทะเลอีกคำหนึ่งแล้วเลิกคิ้วเอ่ยว่า “คำพูดของคนโบราณมิใช่กล่าวได้ดียิ่ง บุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ข้าในสายตาของบิดา น้องเสวี่ยหรงจึงจะเป็นบุตรีแท้ๆ ของเขา เกี่ยวข้องอันใดกับข้าด้วยเล่า? อีกทั้งข้าเป็นเจาอี๋ของฝ่าบาท ไฉนข้าต้องมาร่วมประสบเคราะห์กรรม?” พูดแล้วช้อนตาขึ้นมองเซียวอี้ “อย่างไรเซ่อเจิ้งอ๋องก็เป็นพี่น้องแท้ๆ ของเซี่ยนอ๋อง เวลานี้พี่ชายแท้ๆ หมดสติไม่ฟื้น ท่านอ๋องกลับนั่งกินดื่มอยู่ที่นี่ ท่านไม่ร้อนใจหรือ?”
เซียวอี้กล่าวยิ้มๆ “เวลานี้รอบกายเซ่อเจิ้งอ๋องคงแวดล้อมไปด้วยผู้คน ขาดเปิ่นหวางคนหนึ่งคงไม่กระไร”
ดังนั้นคนทั้งสองจึงนั่งกินอาหารเลิศรสที่วางอยู่เต็มโต๊ะต่อไป กระทั่งหลินชิงเวยจุกจนมิอาจเสแสร้งได้อีก นางเรอออกมาสองครั้งจึงยอมวางตะเก