หน้าโกรธขึ้งว่า “เจ้าพูดจาเหลวไหล! ชิงเวย นี่เจ้าหมายความอย่างไรกัน หรือเจ้าคิดว่าข้าเป็นวางยาพิษในสุราของเซ่อเจิ้งอ๋องใช่หรือไม่? ข้าไม่เพียงแต่รินสุราให้เซ่อเจิ้งอ๋องเท่านั้น ข้ารินสุราให้คนทั้งหมด เหตุใดทุกคนจึงไม่เป็นอะไร?”
สีหน้าของหลินชิงเวยสงบนิ่ง นางอดทนฟังจ้าวซื่อพูดจนจบ
เซียวอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายมองหลินชิงเวย “ใช่แล้ว เปิ่นหวางดื่มสุราที่จ้าวฮูหยินเป็นผู้เติมให้เช่นกัน ทว่าไม่ได้รู้สึกมีสิ่งใดผิดปกติ”
หลินชิงเวยยังคงไพล่มือทั้งคู่ไว้ด้านหลังดังเดิม ท่าทางของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูและไร้พิษสง สีหน้ากลับดูเหมือนลังเลใจ นางมองหน้าจ้าวซื่อแล้วยกยิ้มมุมปากกล่าว่า “ในเมื่อไม่ใช่ฝีมือของจ้าวฮูหยิน ดูเหมือนท่านจะหวาดกลัวยิ่งนัก? ข้าไม่ได้พูดว่าจ้าวฮูหยินเป็นผู้วางยาพิษ ข้าเพียงแต่พูดว่าเซ่อเจิ้งอ๋องดื่มสุราเท่านั้น ดูท่าแล้วเป็นไปได้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องอาจจะอาหารเป็นพิษ นี่เกี่ยวข้องกับร่างกายของแต่ละคน” จ้าวซื่อพรูลมหายใจโล่งอกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า “แต่สุรานี้กินคู่กับอาหารจานนี้จะทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ ดูเหมือนยากที่จ้าวฮูหยินจะพ้นความผิด”
จ้าวซื่อร้อนใจ ดูเหมือนนางทำอะไรหลินชิงเวยไม่ได้แม้แต่น้อย
ไม่ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะต้องพิษด้วยสาเหตุใด นางเป็นผู้ดูแลทั้งหมดซ้ำยังเติมสุราคีบอาหาร แน่นอนว่านางไม่อาจปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวได้
ครานี้มหาเสนาบดีหลินไม่อาจมองหลิ