ซ่อเจิ้งอ๋องว่า มีคนรอเขาอยู่ที่ภูเขาจำลองด้านนั้น”
หลินชิงเวยเห็นสาวใช้นางนั้นเดินเข้าไปในศาลาเอ่ยวาจากับเซียวเยี่ยนสองประโยค เมื่อเซียวเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองประจวบเหมาะกับเห็นเงาร่างด้านหลังของหลินชิงเวยที่เพิ่งจะหันกายกลับไป
แน่นอนว่าเซียวอี้ย่อมมองเห็นเช่นกัน ดวงตาของเขาฉาบด้วยม่านหมอกสายหนึ่งราวกับเก็บงำความคิดลุ่มลึก
ภูเขาจำลองอยู่ห่างจากศาลาหลังนี้ไม่มาก เดินทะลุทางเล็กๆ ที่มีต้นไม้ให้เงามืดครึ้มจากนั้นก็คือสวนไผ่แห่งหนึ่ง ด้านข้างสวนไผ่ก็คือภูเขาจำลอง
ว่ากันตามสติปัญญาของเซียวเยี่ยน ขอเพียงนำความไปบอก เขาต้องหาสถานที่แห่งนี้พบแน่นอน
หลินชิงเวยยืนเอนกายพิงภูเขาจำลอง นางคาบกิ่งไผ้ก้านหนึ่งอยู่ในปาก รอเขาอยู่ด้วยความอดทน
นางคิดไม่ถึงว่าเซียวเยี่ยนยังมาไม่ถึง กลับมีอีกคนหนึ่งที่มาถึงก่อน
ขณะเดียวกันร่างอรชรอ้อนแอ้นของคนผู้นั้นกำลังเดินนวยนาดผ่านอีกด้านหนึ่งของสวนไผ่เข้ามา น้ำเสียงที่นางพูดจานั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เมื่อก่อนเตียเตียมักจะเอนเอียงมาทางข้าและเย็นชาต่อพี่ใหญ่เสมอ พี่ใหญ่มักจะแอบวิ่งมาร้องไห้ที่นี่ เวลาผ่านมาหลายปีเช่นนี้แล้ว พี่ใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ข้าเพียงคิดว่าลองมาดูที่นี่สักหน่อยจึงหาตัวพี่ใหญ่พบจริงๆ ด้วย”
หลินชิงเวยได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมอง ไม่ใช่หลินเสวี่ยหรงแล้วจะเป็นใครได้อีก นางอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ ทั้งสี่ด้านของสวนไผ่แห่งนี้ แล้วมองตนเองที่ยื