ไรทว่าในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เพียงกล่าวว่า “ออกไปเถิด”
ยามนี้ราวกับผู้คนที่อยู่ด้านนอกจะจดจำได้ว่าเจ้าของรถม้าคันนี้คือผู้ใด จึงมีคนเดินเข้ามาส่งเสียงอยู่ข้างรถม้า “กระหม่อมน้อมรับเสด็จเซ่อเจิ้งอ๋อง เป็นเกียรติแก่กระหม่อมยิ่งนักพะยะค่ะ”
เอ๊ะ ดูท่าแล้วคนที่กำลังพูดจานี้น่าจะเป็นมหาเสนาบดีหลินแน่แล้ว บิดาของหลินชิงเวย
หลินชิงเวยกลอกนัยนต์ตาไปมา และกล่าวว่า “เช่นนั้นหม่อมฉันออกไปก่อนแล้วนะเพคะ”
ยามนี้ผู้ที่ยืนโน้มกายคำนับอยู่หน้ารถม้าเป็นมหาเสนาบดีหลินจริงๆ วันนี้เขาจัดงานฉลองวันเกิด อยู่ในอาภรณ์ผ้าแพรสีแดงเข้ม บนอาภรณ์ปักลวดลายตัวอักษรอายุยืน อายุสี่ห้าสิบปีดูแล้วสีหน้าเต็มไปด้วยเลือดฝาด กระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวายิ่ง
ด้วยเซ่อเจิ้งอ๋องเสด็จมาเยือนจวนของเขาด้วยตนเอง ทำให้เขารู้สึกได้หน้าอีกหลายเท่า
แต่คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า ผู้ที่เปิดม่านออกมาจะเป็นมือเล็กๆ อ่อนเยาว์ข้างหนึ่ง ผู้ที่ก้าวออกมาจากรถม้าเป็นคนแรกมิใช่เซ่อเจิ้งอ๋องเช่นกัน แต่เป็นสตรีรูปร่างแบบบางนางหนึ่ง ใบหน้าของสตรีนางนี้งดงาม คิ้วตางดงามราวกับวาดลงไป ผิวพรรณเรียบลื่นขาวผ่องทั้งเนียนละเอียด ผมหน้าม้าที่เหลือไว้งองุ้มเข้าบดบังหน้าผาก ที่เหลือคือดวงตาคู่หนึ่ง ทั้งใหญ่และกระจ่างใส ไร้เดียงสาและไร้พิษสง
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบด้าน ทันทีที่มหาเสนาบดีหลินเงยหน้าขึ้นมอง เขาตื่นตะลึง “เวยเอ๋อร์?” ต่อมาเขาปรั