องนี้ ราวกับเรื่องคนตายคนหนึ่งในวังเป็นเรื่องไม่น่าเอ่ยถึง ดูเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นอย่างไรอย่างนั้น นางให้ปี้หลิงไปสอบถามมาก็ไม่ได้อะไรมา
นางคิด คงเป็นเพราะนางเก็บกวาดที่เกิดเหตุได้สะอาดสะอ้านเกินไป ทำให้คนในยุคสมัยโบราณต่างเข้าใจว่านั่นเป็นการฆ่าตัวตาย จึงไม่ได้นำเรื่องนี้มาใส่ใจ หลินชิงเวยได้แต่ปลอบใจตนเองเช่นนี้
ภายในตำหนักซวี่หยางไร้ซึ่งเงาร่างแบบบางที่เข้าๆ ออกๆ ภายในตำหนักทั้งวัน ส่งผลให้ดูเหมือนจะขาดอะไรบางอย่างไป
ซินหรูเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็ว นางสามารถช่วยเซียวจิ่นอาบน้ำสมุนไพรได้อย่างเชี่ยวชาญ จากนั้นบีบนวดให้เขาทั่วร่างช่วยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนสะดวก
สีหน้าของเซียวจิ่นดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนราวฟ้ากับดิน เพียงแต่หว่างคิ้วของเขายังคงปรากฏความเบื่อหน่ายเล็กน้อย
เซียวจิ่นถามซินหรู “ชิงเวยอยู่ในตำหนักของนางสบายดีหรือไม่?”
ซินหรูตอบ “ดียิ่งเพคะ”
“เช่นนั้นเหตุใดนางจึงไม่มาเล่า? ยังโกรธเจิ้นอยู่ใช่หรือไม่?” เซียวจิ่นถามอีก
ซินหรูไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่นางมีความรู้สึกที่ดีต่อฮ่องเต้องค์นี้ จึงพูดปลอบใจว่า “มิใช่เพคะ หลายวันนี้พี่สาวเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง ดังนั้นจึงไม่ได้มาเพคะ”
เซียวจิ่นกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องปลอบใจเจิ้น เจิ้นรู้ว่าในใจนางยังคงโกรธเคืองเจิ้น เรื่องนี้เป็นเจิ้นเองที่ไม่ดี”
เซียวเยี่ยนที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาหลุบตา