หลินชิงเวยยกมือขึ้นดึงรากของต้นไทรที่ห้อยตกลงมา จากนั้นนำรากของต้นไทรเหล่านั้นม้วนเก็บขึ้นมาทำเป็นเชือกที่แข็งแรงเส้นหนึ่ง นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เมื่อสักครู่หากเจ้าไม่มีความคิดชั่วร้าย ข้าอาจจะไตร่ตรองเรื่องไว้ชีวิตของเจ้า แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่าสุนัขไม่อาจเปลี่ยนนิสัยกินอาจมมิใช่รึ?”
หลินชิงเวยหันหลังให้เขา ให้ชิงหลันพันรัดลำคอขององครักษ์ตามอำเภอใจ ยิ่งรัดยิ่งแน่น องครักษ์เริ่มออกแรงดิ้นรนต่อสู้ เขาหายใจอย่างยากลำบาก จึงอ้าปากกว้างเพื่อช่วยในการหายใจ เขาคิดถึงกระบี่ที่ข้างเอวของตนจึงยื่นมือลูบไปที่ลำเอว ทันทีเขาดึงกระบี่ออกมาเสียงของโลหะเยียบเย็นสัมผัสโสตประสาท หลินชิงเวยดึงปิ่นปักผมที่อยู่บนศีรษะ หันกลับมาแทงลงบนหลังมือขององครักษ์เต็มแรง
โลหิตสดๆ ไหลออกมา คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอุ่นๆ
ทันทีที่องครักษ์ได้รับความเจ็บปวดจึงหดมือกลับไป แม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านก็ไม่เหลือได้แต่ยอมรับชะตากรรม
ลมหายใจขององครักษ์รวยริน ดวงตาเบิกกว้าง สติสัมปชัญญะสะลึมสะลือในที่สุด ร่างกายของเขายังคงอุ่นอยู่ เพียงแค่สัมผัสถูกร่างของเขาหลินชิงเวยก็รู้สึกว่าสกปรก ชิงหลันคลายร่างของตน เลื้อยกลับเข้ามาในแขนเสื้อของหลินชิงเวย หลินชิงเวยประคองร่างขององครักษ์ขึ้นมาอย่างมืออาชีพ นำเชือกที่นางทำเป็นบ่วงบาศก์รัดเข้ากับลำคอของเขาแล้วแขวนขึ้นไปบนต้นไทร
ดีที่ใต้ต้นไทรยังมีก้อนหินให้นางได้เหยีย