ภาพมีมารยาท กับคนเช่นข้าเขาก็ยังยินดีที่จะพูดจาด้วยอย่างอ่อนโยน” หยุดไปอึดใจหนึ่ง เอ่ยอีกว่า “พี่สาว ท่านมีวิธีรักษาขาทั้งสองข้างของฝ่าบาทให้หายดี ให้เขายืนขึ้นมาได้หรือไม่เจ้าคะ?”
หลินชิงเวยเลิกคิ้วสูง “ขาของเขาเป็นเช่นนั้นตั้งแต่กำเนิด ข้าไม่มีวิธีการรักษา”
แม้หลินชิงเวยจะพูดจาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย แต่ซินหรูกลับเข้าใจนางอย่างยิ่ง คำพูดประโยคใดของนางเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ดวงตาของซินหรูทอประกายวาบ “ที่จริงพี่สาวมีวิธีรักษาขาของเขาให้หายดีใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หลินชิงเวยมองซินหรูแวบหนึ่ง “เจ้าหูตึงรึ พี่สาวบอกแล้วว่าไม่มีวิธีรักษา”
ซินหรูทำปากบู้ “แต่ข้าฟังดูแล้ว ดูเหมือนพี่สาวโมโหจึงกล่าวว่าไม่มีวิธีการรักษานี่เจ้าคะ…”
หลินชิงเวยลุกขึ้นยืนในถังส่งผลให้เกิดเสียงซ่าของน้ำ นางหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดร่างกายด้วยตนเอง แล้วสวมเสื้อนอนพร้อมกล่าวเรียบๆ ว่า “ซินหรู เจ้าควรจะกลับไปนอนได้แล้ว”
“อ้อ” ซินหรูเห็นหลินชิงเวยไม่มีท่าทีอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย จึงได้แต่เดินคอตกกลับไปนอนที่ห้องของตน
หลินชิงเวยเดินมาถึงข้างเตียงของตนเตรียมจะเอนกายลงไปนอน มือของนางลูบไปถูกสิ่งของเย็นๆ ชิ้นหนึ่งใต้หมอนจึงหยิบออกมาดูด้วยสายตาเย็นชา เป็นหยกประดับเอวของเซียวเยี่ยน นางไม่รู้สึกแปลกใหม่กับสิ่งของชิ้นนี้นานแล้ว นางโยนหยกประดับชิ้นนี้ลงไปในกล่องเครื่องประทินโฉมอย่างไม่เหลียวแล
เรื่องที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปแล้วไม่ได้อะไรคืนมา