เซียวอี้ยังไม่ทันได้ลงมือขั้นต่อไป ด้านหลังพลันเกิดเสียงฟู่ๆ ดังขึ้นทั่วบริเวณ
เซียวอี้หันกลับไปมอง เห็นเพียงสนามหญ้าทั้งผืนด้านหลังล้วนเต็มไปด้วยฝูงงู ผู้ที่เป็นหัวหน้าก็คือชิงหลัน
ดีนัก เซียวอี้ไว้ชีวิตมัน มันกลับไปเรียกทัพหนุนมาช่วย!
และในขณะเดียวกัน พลันปรากฏเงาร่างดำๆ ร่างหนึ่งแหวกอากาศเข้ามา เซียวอี้เงยหน้าขึ้นหรี่ตามอง ต่อมาพบว่าเงาร่างสีดำนั้นลงมาสู่พื้นข้างกายเขาอย่างพอเหมาะพอเจาะ
หลินชิงเวยกลอกนัยน์ตามองไป เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเย็นชายืนอยู่ที่นั่น ราวกับเป็นภูเขาน้ำแข็งที่สลักออกมา
ไม่ใช่เซียวเยี่ยนแล้วจะเป็นใครเล่า
ท่าทางของเซียวอี้และหลินชิงเวยกำกวมอย่างยิ่ง สายตาของเขาปรากฏความเคร่งขรึมในชั่วขณะ “มาทำเรื่องเช่นนี้ในสถานที่เช่นนี้ เจ้าไม่รู้สึกว่าเจ้าทำเกินไปหรือ?”
คำพูดนี้เขาพูดกับเซียวอี้
ทว่าหลินชิงเวยกลับรู้สึกได้ว่าในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความอิดหนาระอาใจต่อตน
ราวกับเขากำลังคิดว่าตนเป็นคนอย่างไรก็ได้ขอเพียงเป็นบุรุษ นางก็ยั่วยวนได้ทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้ยั่วยวนเขา ยั่วยวนเขาไม่สำเร็จ บัดนี้จึงมายั่วยวนเซี่ยนอ๋อง
หลินชิงเวยไม่คิดว่าตนเองมีอะไรต้องทุกข์ใจหรือต้องโศกเศร้า บุรุษล้วนเป็นเช่นนี้
เขามีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น?
คำตอบคือไม่มี
เซียวอี้ปล่อยหลินชิงเวยในที่สุด เขากล่าวยิ้มๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่มีอะไรปิดบังเสด็จพี่ได้จริงๆ ข้าและเสี่ยวเวยเวยได้พบกันก