ความคิดของหลินชิงเวยที่มีต่อเซียวเยี่ยนนั้นขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยเซียวเยี่ยนผู้นั้นมักจะทำให้คนคาดเดาไม่ออก บางครั้งนางคิดว่าเขาเป็นคนไม่เลวเลยทีเดียว บางครั้งก็รู้สึกว่าเขาช่างเป็นคนร้ายกาจอะไรเช่นนั้น ทว่านาทีนี้เซียวเยี่ยนผู้นี้สำหรับนางแล้ว ร้ายกาจเกินไปแล้ว
นางค่อยๆ คลานขึ้นมาจากบนพื้น หอบหายใจเข้าลึกในแววตานั้นยังเต็มไปด้วยความเย็นชาดูเหมือนไม่ได้น้อยกว่าเซียวเยี่ยนเท่าใดนัก การที่นางนิ่งเงียบไม่ได้หมายความว่านางเกรงกลัวเขา ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำเช่นใดก็ได้!
หลินชิงเวยแค่นหัวเราะเสียงเย็นสองครั้ง สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ สตรีอายุสิบหกปีนางหนึ่งกลับดูเหมือนมองเรื่องราวบนโลกนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เซียวอี้ที่สังเกตการณ์อยู่ด้านข้างไม่อาจไม่มองนางด้วยสายตาพินิจพิจารณาใหม่อีกครั้ง
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยน ยกมือขึ้นถอดหมวกของขันทีออกจากศีรษะ เส้นผมยาวดำขลับทิ้งตัวแผ่สยายลงมา ปลายนิ้วของนางสะบัดปลายผมของตนไปด้านหลังอย่างเป็นธรรมชาติ นางกล่าวกับเซียวเยี่ยนด้วยน้ำเสียงราวกับสายลมที่พัดผ่านเพียงแผ่วเบา “ช่างเถิด ความจริงเป็นเช่นใดข้าไม่สนใจแล้ว คนเหล่านั้นที่ตายไปวิญญาณอาฆาตเหล่านั้นอย่างไรก็ไม่ได้มาหาข้า” พูดแล้วนางก็ยกมือขึ้นปลดกระดุมชุดขันทีบนร่างออกทีละเม็ดๆ จากนั้นปลดชุดขันทีออก ด้านในนางยังคงสวมชุดเสื้อกระโปรงของนาง นางก้มหน้าลงกล่าวว่า “ข้าคิดว่าท่านต้องการเพียงท