าสที่เชื่อฟังคำสั่งคนหนึ่ง หุ่นไม้ที่แล้วแต่ท่านจะจัดวางอย่างไร ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ต้องแสดงความเห็นของตน น่าเสียดายที่ข้าไม่ใช่หุ่นไม้นั้น และมิใช่ทาสที่เกิดมาพร้อมกับนิสัยของทาส ดังนั้น” นางม้วนชุดขันทีจนเป็นม้วนกลมๆ แล้วโยนลงเบื้องหน้าเซียวเยี่ยนและพูดเรียบๆ ว่า “ข้าไม่ปรนนิบัติแล้ว”
การกระทำและคำพูดของนาง แม้กระทั่งเซียวอี้ก็ยังตื่นตะลึง สตรีที่สามารถนำเสื้อผ้าอาภรณ์สกปรกมาโยนใส่เซ่อเจิ้งอ๋อง นางย่อมเป็นคนแรกที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติการณ์อย่างเด็ดขาด!
เซียวเยี่ยนตกตะลึงเล็กๆ นอกจากนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาอื่นใด หางตาของเขากวาดผ่านร่างของหลินชิงเวยเพียงปราดเดียวอย่างรวดเร็ว
หลินชิงเวยเดินไปถึงข้างประตู เซียวอี้ขวางอยู่เบื้องหน้านาง นางอดที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้ แสงแดดจากภายนอกไม่อาจส่องเข้ามาภายในเรือน แสงสว่างภายในกลับทำให้ดวงตาดำขลับทั้งคู่ของนางราวกับราตรีอันมืดมิด นางพูดว่า “จะไสหัวเข้ามา หรือไสหัวออกไป หรือไม่ก็หลีกทางให้ข้า”
ใบหน้าของเซียวอี้ปรากฏร่องรอยหยอกล้อ จากนั้นเบี่ยงกายหลีกทางให้นาง
หลินชิงเวยเดินออกไปอาดๆ โดยไม่หันกลับมามอง เงาร่างนั้นเดินผ่านสวนดอกไม้นานาชนิด กระทั่งมาสิ้นสุดที่ประตูวัง สาวน้อยรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ผมยาวปลิวไสวงดงามชวนมองยิ่ง ทิฐิดื้อดึงทว่าเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
หลินชิงเวยออกจากตำหนักซวี่หยาง เดินไปๆ ก็ไม่รู้ว่าตนเดินมาถึงที่ไหน นางก้มหน้าดู