!?”
“เสด็จอา ไม่ใช่ความผิดของชิงเวย” เซียวจิ่นส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง
หลินชิงเวยถูกตวาดจนตื่นตะลึง นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนผลักหัวไหล่ของนาง อาจเป็นเพราะไม่ได้ควบคุมกำลังให้พอเหมาะ หลินชิงเวยมีรูปร่างเล็กแบบบางเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อถูกเขาผลักเช่นนี้ จึงหงายล้มไปด้านหลังทันที
เซียวเยี่ยนไม่ได้ประคองนาง ปล่อยให้นางล้มลงไปนั่งบนพื้น ก้นของนางกระแทกกับพื้นเจ็บเสียจนจะแตกสลาย
เพลิงโทสะไร้นามในใจของหลินชิงเวยเริ่มก่อตัวขึ้น นางรู้ว่าตนมีความผิด นางอดทนและหลบหลีกแล้ว แต่ชายคนนี้กลับมีพฤติกรรมหนักข้อขึ้นกว่าเดิม
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร หากถูกคนจดจำได้ ใครก็ปกป้องเจ้าไม่ได้!” เซียวเยี่ยนค่อยๆ ย่อกายลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าหลินชิงเวย ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแม้แต่น้อยเมื่อหิ้วคอเสื้อของนางเพื่อรั้งศีรษะของนางขึ้นมา มืออีกข้างหนึ่งเงื้อขึ้นราวกับจะตบฉาดลงบนใบหน้าของนาง ต้องการทุบตีนาง
เซียวจิ่นเห็นเช่นนั้น จึงลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยความตระหนก “เสด็จอา”
หลินชิงเวยเองก็เดือดดาลแล้วเช่นกัน นางไม่รู้ว่าบุรุษคนนี้ถือดีอย่างไรจึงได้คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ นางเชิดคางขึ้น เอียงใบหน้าของตนขึ้นข้างหนึ่งแนบติดไปกับฝ่ามือของเซียวเยี่ยน รอยยิ้มงดงามบนใบหน้านั้นชัดเจนยิ่งนักว่าเย้ยหยันถากถาง นางกล่าวว่า “คิดจะตีข้าใช่หรือไม่ มาสิ ข้าเอียงหน้ามาให้ท่านตี หากท่านไม