เซียวจิ่นเก็บงำท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนซึ่งมีอยู่เสมอเมื่ออยู่ในตำหนักซวี่หยาง เวลานี้บนร่างของเด็กน้อยกลับปรากฏความน่าเกรงขามของฮ่องเต้ออกมาสองส่วน “คงมิใช่แม้แต่ขันทีน้อยของเจิ้นก็เข้าตาเสด็จอาสาม?”
สาม…เสด็จอา?
หลินชิงเวยรู้สึกสับสนยุ่งเหยิง ได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ
ชายหนุ่มคนนั้นเพียงแต่หัวเราะและปล่อยผ่านไป ดูท่าแล้วไม่ได้เก็บคำพูดของเซียวจิ่นไปคิดอันใด “เซ่อเจิ้งอ๋องไม่ยินดีต้อนรับเสด็จฝ่าบาทมาที่นี่ ทว่ากระหม่อมยินดีต้อนรับพ่ะยะค่ะ เชิญฝ่าบาทประทับนั่งพ่ะยะค่ะ”
ในเมื่อมาแล้วไหนเลยจะมีเหตุผลที่จะล่าถอยกลับไป ต่อให้สีหน้าของเซียวเยี่ยนบึ้งตึงยิ่งกว่านี้ หลินชิงเวยยังคงได้แต่เข็นเก้าอี้รถเข็นของเซียวจิ่นผ่านร่างของเขาและเดินตามการเชื้อเชิญของชายหนุ่มคนนั้นไปนั่งลงยังตำแหน่งที่เซียวเยี่ยนนั่งอยู่ก่อน ที่นั่งของเซียวเยี่ยนจึงเลื่อนมาด้านข้าง หลินชิงเวยยืนอยู่ข้างหลังเซียวจิ่น ผู้ที่นั่งอยู่ด้านซ้ายมือคือเซียวเยี่ยน ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ด้านขวามือคือบุรุษคนนั้น
เมื่อเทพองค์ใหญ่ทั้งสามองค์นั่งลงในตำแหน่งของตน บรรยากาศในยามนั้นเต็มไปด้วยพลังและบารมีอำนาจ ขุนนางอื่นๆ ได้แต่ชิดขอบอยู่ด้านข้าง
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยกระทั่งถึงเวลายามอู่สามเค่อ ทั้งลานประหารพลันบังเกิดบรรยากาศกดดันที่ไม่อาจบรรยายได้ ชีวิตคนเป็นๆ มากมายอยู่บนลานประหาร ในที่สุดราวกับความอดทนอดกลั้นและความหวาดกลัวต่อความตายของพวกเขาได้สิ้นสุ