หลินชิงเวยก้าวเข้ามาเก็บหนังสือบนพื้น เก็บได้สองเล่มพลันถูกเซียวจิ่มกุมมือเอาไว้ เขากล่าวว่า “ไม่ต้องเก็บแล้ว ระวังจะถูกเศษกระเบื้องบาดมือ”
หลินชิงเวยกล่าว “ฝ่าบาทโมโหโทโสเช่นนี้ จะร้อนในโดยง่าย ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพของพระองค์นะเพคะ” เจ้าเด็กคนนี้พยายามอย่างยิ่งที่จะปิดบังความเกรี้ยวกราดของตน ดูท่าแล้วในยามปกติเก็บอัดไว้ดียิ่ง เป็นฮ่องเต้องค์หนึ่งไฉนจะไม่มีเรื่องหงุดหงิดใจเล่า อีกทั้งเขายังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
ในเรื่องนี้หลินชิงเวยเข้าใจยิ่ง
เซียวจิ่นกล่าว “เมื่อสักครู่ที่เจ้าเข้ามา ล้วนเห็นแล้ว? ขุนนางใหญ่เหล่านั้น คุกเข่าอยู่หน้าประตูตำหนักของเจิ้น ขอความเมตตาให้กับครอบครัวกู้ซื่อ คดีของกู้ซื่อมีหลักฐานพร้อมมูล เจิ้นเชื่อว่าเสด็จอาไม่มีทางใส่ร้ายเขาเด็ดขาด”
“เช่นนั้นฝ่าบาทจะทรงกริ้วอันใดเล่า?”
เซียวจิ่นอึกอัก “เจิ้นโกรธพวกเขา ที่พวกเขาคิดว่าเจิ้นเป็นฮ่องเต้ทรราช”
หลินชิงเวยหัวเราะและกล่าวว่า “อำนาจการตัดสินใจว่าจะให้มีชีวิตอยู่หรือประหารชีวิตอยู่ในมือของเสด็จอา เวลานี้ฝ่าบาทจะทรงกริ้วไปก็ไร้ประโยชน์เพคะ ขุนนางใหญ่เหล่านั้นมาคุกเข่าที่นี่ยิ่งไร้ประโยชน์ยิ่งกว่า ฝ่าบาทไม่สู้ให้พวกเขาไปคุกเข่าที่เสด็จอาทางนั้นเพคะ”
เมื่อฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาลงมา ขุนนางใหญ่ที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูตำหนักเหล่านั้นขอความเมตตาอยู่อีกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่บังเกิดผลอันใด ดังนั้นจึงได้แต่ลุกขึ้นจากไปเพื่