เซียวจิ่นขบฟันแน่น กล่าวว่า “ดูไม่ออกว่าแม่นางน้อยเช่นเจ้าจะหยาบคายเช่นนี้”
ซินหรูถามเสียงอ่อย “ฝ่าบาทจะทรงลงทัณฑ์หม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”
เซียวจิ่นกล่าว “ในเมื่อเจ้าเป็นเด็กถือล่วมยาของชิงเวย เจิ้นไม่ลงโทษเจ้า”
หลังจากซินหรูทำงานแล้วเสร็จ ร่างกายของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยเหงื่อบางๆ ชั้นหนึ่ง ซินหรูเช็ดตัวให้เขาหนึ่งรอบแล้วช่วยสวมอาภรณ์และให้เขานอนพักอยู่บนเตียง
กระดูกทั่วทั้งร่างล้วนส่งเสียงไม่ยินดี ทว่าปลอดโปร่งโล่งสบายจริงๆ…นี่เป็นความคิดที่อยู่ในสมองของเซียวจิ่น ความรู้สึกที่ปล่อยให้สมองว่างเปล่า เป็นความอิสระและผ่อนคลายอย่างแท้จริง
“ขอบคุณเจ้า” เซียวจิ่นกล่าว
ซินหรูได้ความปิติเสียจนตื่นตระหนก เซียวจิ่นสุภาพเรียบร้อยมีมารยาทอย่างยิ่ง อีกทั้งยังไม่วางท่าของฮ่องเต้ นางอดที่จะรู้สึกดีกับเขาไม่ได้ “ฝ่าบาทไม่ต้องตรัสขอบคุณเพคะ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่หม่อมฉันควรทำ”
เซียวจิ่นนอนอยู่บนเตียงตลอดช่วงเช้า ไม่มีกะจิตกะใจจะสะสางราชกิจ
ด้านนอกตำหนักบรรทมเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เขาได้ยินเสียงหลินชิงเวยพูดอยู่ด้านนอก “ขัดพื้นไม้ด้านนี้ให้เรียบลื่นกว่านี้สักหน่อย”
ยามอู่ ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว
โต๊ะเสวยถูกยกเข้าไปในตำหนักบรรทมไม่แตกต่างจากเมื่อวาน แต่กลางโต๊ะกลมกลับมีไม้กระดานความสูงประมาณหนึ่งฉื่อวางอยู่ตรงกลาง ต่อมามีโต๊ะทรงกลมอีกตัวหนึ่งถูกยกเข้ามาวางลงไปโต๊ะนี้มีขนาดเล็กกว่าหน้าโต๊ะเดิมเล็กน้