เด็กคนนี้น่าจะได้รับยีนที่ดีเลิศจากเชื้อพระวงศ์ นอกจากสุขภาพไม่ดีแล้วที่จริงหน้าตาของเขานั้นจัดอยู่ในขั้นดีเลิศ เมื่อเขาหัวเราะขึ้นมาราวกับเป็นสายลมเย็นสายหนึ่ง อีกทั้งเขาผ่ายผอมเกินไป
เขาควรจะเสริมภูมิต้านทานของร่างกายครั้งต่อไปจะได้ไม่ล้มป่วยโดยง่าย
ในที่สุดเซียวเยี่ยนก็ยอมปริปากพูดจาเสียที “หลินเจาอี๋ เจ้าคิดจะให้ฝ่าบาทกินน้ำลายของเจ้าหรือไร?”
หลินชิงเวยก้มหน้ามองตะเกียบของตนแล้วกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ว่า “อ้อ ตะเกียบนี้ข้ากินแล้ว ฝ่าบาทถือเรื่องความสะอาดหรือเพคะ?”
นางเพิ่งจะหันหน้าไปมองเซียวเยี่ยน ทางด้านเซียวจิ่นกลับคีบเนื้อปลาชิ้นนั้นส่งเข้าปากตนเรียบร้อย ทางหนึ่งเม้มปากเพื่อจะลิ้มลองรสชาติ อีกทางหนึ่งกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “ไม่เป็นไร ชิงเวยเพียงแต่มีเจตนาดี” ต่อมาเซียวจิ่นดื่มน้ำซุปอีกสองคำ “วันนี้น้ำแกงนี้รสชาติสดดีมาก เสด็จอา ท่านช่วยตักน้ำแกงให้นางถ้วยหนึ่งให้นางลองชิมดู นางตักไม่ถึง”
เซียวเยี่ยนมองหลินชิงเวยแวบหนึ่ง “ข้ากำลังคิดจะตักให้นางถ้วยหนึ่งเช่นกัน” พูดแล้วด้วยแขนของเขายาว เพียงยืดกายขึ้นเล็กน้อยก็ตักน้ำแกงใส่ถ้วยน้ำแกงของนาง
หลินชิงเวยมองโต๊ะเสวย “วันหลัง ปรับปรุงโต๊ะเสวยตัวนี้สักหน่อย วางแผ่นกระจกที่หมุนได้สักแผ่นไว้ข้างบน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่อยู่ไกลหรือใกล้ล้วนตักได้หมด”
“กระจก?”
หลินชิงเวยทำท่าเท้าค้างของตนและครุ่นคิด “ถูกต้องเพคะ หากไม่มีกระจก เช่นนั้นใช้ไม้กระดาน