วนเป็นหนังสือที่เสด็จอาหยิบให้ทั้งสิ้น เจิ้นเดินเหินไปมาไม่สะดวก ครั้งหน้าเจ้าถามเสด็จอาได้”
หลินชิงเวยกล่าว “ช่างเถิด ดังนั้นหม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันไม่อ่านดีกว่า เรื่องชั้นสูงเช่นการอ่านหนังสือเก็บไว้ให้คนเช่นฝ่าบาทอ่านจะดีกว่า หม่อมฉันทำอาชีพที่หม่อมฉันถนัดจะดีที่สุดเพคะ” นางพูดแล้วเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวจิ่น ย่อกายนั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าเก้าอี้รถเข็นของเขา ยังดีที่บนพื้นกระดานนี้ได้ปูพรมเอาไว้แล้ว จึงไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแข็งกระด้าง นางยื่นมือไปปัดอาภรณ์สีเหลืองสว่างของเขา
เซียวจิ่นไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย ราวกับประสบการณ์หลายครั้งที่ได้พบหน้ากันมา เขาได้กลายเป็นเช่นสุกรตายไม่กลัวน้ำร้อนลวกอีกแล้ว เขากล่าวว่า “เจ้าคิดว่าคนเช่นเจิ้น เป็นคนประเภทใดกัน?”
หลินชิงเวยตอบอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ย่อมต้องเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือเพคะ” ในฐานะที่เป็นฮ่องเต้ของแผ่นดินจะไม่อ่านหนังสือได้อย่างไรกัน ต่อให้ไม่ใช่คนรักการอ่านก็ต้องบังคับตัวเองให้อ่านสักเล็กน้อย อย่างน้อยก็ต้องเป็นคนที่พอจะมีน้ำหมึกอยู่ในท้องบ้างจึงจะใช้ได้ “ฝ่าบาทอ่านหนังสือของฝ่าบาทต่อไปเถิดเพคะ หม่อมฉันจะช่วยนวดขาทั้งคู่ของฝ่าบาท”
พูดแล้วปลายนิ้วก็นวดขึ้น-ลงบนขาของเซียวจิ่น แม้กล้ามเนื้อขาของเขาจะเล็กลีบไปบ้าง แต่มิได้เป็นกล้ามเนื้อตายไปทั้งหมด ขาของเขายังคงมีกระแสโลหิตไหลเวียนสม่ำเสมอ ดูเหมือนจะเป็นเพราะกระดูกบางส่วนได้รับความ