งเกินไป
เดิมทีหลินชิงเวยคิดว่าด้านหลังตำหนักบรรทมของเซียวจิ่นเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าผืนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าทัศนียภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าจะทำให้นางถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด ที่นี่ยังมีสวนเพาะกล้าไม้อยู่อีกแห่งหนึ่ง
ภายในสวนเพาะกล้าไม้ยังได้เพาะต้นไม้ ดอกไม้ และพืชนานาชนิดอีกมากมาย ดอกไม้ช่วงต้นวสันตฤดูกำลังประชันขันแข่งกันบานสะพรั่ง เป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก
ร่างของหลินชิงเวยเพิ่งจะขยับยุกยิก เซียวเยี่ยนพลันยื่นแขนยาวๆ ทั้งคู่ออกมา กักร่างของนางเอาไว้ทั้งสองด้าน
หลินชิงเวยเอียงหน้าไปมองแขนของเขา ฝ่ามือทั้งกว้างและหนานั้นห่างจากกกหูของนางไม่มาก ผิวของนางราวกับรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือของเขา ดวงตาของนางยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ตื่นตระหนกไม่ลนลานทั้งยังเต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราวที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของนางให้ความรู้สึกโดดเด่นไม่เหมือนผู้ใด
นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เสด็จอา ท่านกำลังต้อนข้าให้จนมุมหรือเพคะ?”
นางจะมีท่าทีจริงจังได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในฐานะท่านหมอเท่านั้นใช่หรือไม่?
เซียวเยี่ยนกล่าว “เปิ่นหวางจะพูดอีกครั้ง ต่อไปเจ้าอย่าได้ไปก่อเรื่องกับคนอื่นๆ ในตำหนักในจะดีที่สุด หากเจ้าคิดจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบแล้วละก็”
จ้าวเฟยเป็นคนของไทเฮา ทุกคนต่างกระจ่างแจ้งในเรื่องนี้ดี เพียงแต่ต่อให้หลินชิงเวยไม่ไปหาเรื่องพวกนาง พวกนางกลับมารนหาที่ถึงที่แล้วนี่จะโทษใครได้เล่า?
รอยยิ้