มบนใบหน้าหลินชิงเวยมิได้ลดลงแม้แต่น้อย ทว่ากลับปนเปไปด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกในใจ “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่านด้วยหรือ? ดูท่าแล้วเสด็จดูแลและเอาใจใส่ทุกอย่างจริงๆ”
เซียวเยี่ยนหายใจเข้าลึกๆ
หลินชิงเวยเอียงหน้า ยื่นปลายนิ้วของตนออกมาเคาะลงบนหน้าอกของเขาเบาๆ เอ่ยว่า “ท่านใส่ใจข้าใช่หรือไม่ หากท่านยอมรับว่าท่านใส่ใจข้า เรื่องก่อนหน้านี้ข้าจะไม่ติดใจเอาความกับเสด็จอา ข้าจะนำความเห็นของเสด็จอาไปไตร่ตรองดู”
เซียวเยี่ยนประสานสายตากับหลินชิงเวยชั่วอึดใจหนึ่ง ในแววตาของเขานิ่งลึกราวกับกำลังถูกนางยั่วยวนครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าในที่สุดเขายังคงดึงแขนกลับมาสะบัดชายเสื้อ หันกายเดินจากไปและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ช่างเถิด สุดแล้วแต่เจ้า เปิ่นหวางไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า”
ศีรษะของหลินชิงเวยแนบติดไปกับกำแพงคางของนางเชิดขึ้นเล็กน้อย นางมองเงาร่างของเซียวเยี่ยนที่เดินห่างออกไปด้วยหางตา แววตาเจิดจ้าในดวงตาเมื่อสักครู่นั้นค่อยๆ เลือนหายไปเหลือเพียงความสงบนิ่ง
หลังจากเซียวเยี่ยนเดินจากไปแล้ว หลินชิงเวยเดินเล่นรอบๆ สวนเพาะกล้าไม้ มีต้นพีชหลายต้นกำลังแทงดอกออกมา ราวกับกำลังรอแสงแดดอันอบอุ่นของฤดูวสันต์ที่กำลังจะมาถึง จากนั้นจึงจะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง ใต้ต้นไม้มีดอกกล้วยไม้อยู่เล็กน้อย และยังมีต้นหญ้าและดอกไม้ที่นางไม่รู้จักชื่ออยู่บ้าง
ยามอู่ ตำหนักบรรทมของเซียวจิ่นได้จัดกระยาหารสำหรับมื้อกลางวันขึ้น