ยี่ยนในฐานะเซ่อเจิ้งอ๋องจึงนั่งรออยู่ด้านข้าง เพื่อเป็นการสะดวกเมื่อเซียวจิ่นมีข้อสงสัย
เรื่องเหล่านี้หลินชิงเวยช่วยอะไรไม่ได้ นางอยู่ที่นี่ก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงออกไปจากตำหนักบรรทม นางออกมาอยู่ด้านนอกตำหนักบรรทมยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เข้าท่า วันนี้ให้เซียวเยี่ยนเอาเปรียบนางไปมากมายเช่นนี้ หากนางไม่เอาคืนกลับมาบ้างจะได้อย่างไร
ไม่ได้ จะต้องให้เขาคืนทุนมาให้บ้าง
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงรวบรวมสติอารมณ์และท่าทีของตนอีกครั้ง ฟุบลงบนกรอบประตู ยื่นหน้าออกไปครึ่งศีรษะ ดวงตาทั้งคู่โค้งลง ราวกับเป็นแม่นางน้อย นางกะพริบตาปริบๆ แล้วร้องเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน “เสด็จอา”
แผ่นหลังของเซียวเยี่ยนกระตุกเล็กน้อยแทบจะสังเกตไม่เห็น นอกจากนั้นแล้วไม่มีปฏิกิริยาอื่น
“เสด็จอา ท่านออกมาสักครู่จะได้หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนยังคงไม่เคลื่อนไหว
หลินชิงเวยกล้วยด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจว่า “เฮ้อ คงเป็นเพราะหม่อมฉันอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อย่างไร้ตำแหน่ง ฐานะต่ำต้อย ไม่อยู่ในสายตาผู้อื่น เวลานี้มีโอกาสเข้ามาถวายการรักษาฝ่าบาทถึงตำหนักบรรทมถือเป็นวาสนาเทียมฟ้าแล้ว เสด็จอาเป็นถึงเซ่อเจิ้งอ๋องของราชวงศ์ เป็นที่เคารพนับถือของชาวประชา อีกทั้งยังสูงศักดิ์หาใดเปรียบ คนเช่นหม่อมฉัน แม้กระทั่งจะพูดจากับเสด็จอาสักประโยคก็ยังไม่คู่ควร…”
เซียวจิ่นได้ยินแล้วมุมปากกระตุกเบาๆ อดไม่ได้ที่จะกล่าวยิ้มๆ ว่า “เสด็จอา ท่านออกไปดูสักหน่อยเถิด