ไม่แน่ว่านางอาจจะมีเรื่องอะไรจริงๆ”
หลินชิงเวยเจตนาบีบเสียงของตนให้ไพเราะดังเช่นแม่นางน้อย เสียงที่พูดออกมานั้นอ่อนหวาน ทั้งยังออดอ้อน แต่ฟังแล้วประหลาดยิ่งนักที่ไม่ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกเอือมระอาหรือหงุดหงิด
ดังนั้นเซ่อเจิ้งอ๋องของพวกเราจึงจำต้องยกขาเรียวยาวนั้นลง ลุกขึ้นมาพร้อมกับสะบัดชายอาภรณ์ด้วยกริยาท่าทางอันสง่างาม จากนั้นหันกายเดินมาทางหลินชิงเวยด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
หลินชิงเวยขยิบตาให้เขาอย่างพึงพอใจ
เซียวเยี่ยนเดินออกมาด้วยสีหน้าเย็นเยียบ เขายืนเสมอกับหลินชิงเวยใต้ชายคาและถามว่า “มีเรื่องอันใด?”
หลินชิงเวยแบมือ “ก่อนหน้านี้เสด็จอามิใช่บอกว่าจะพาข้าไปเบิกเงินหรือ งานหนักข้าก็ทำแล้ว เสียเปรียบก็เสียเปรียบแล้ว อย่างไรก็ต้องมีการชดเชยกันบ้างกระมัง?”
เซียวเยี่ยนก้มหน้าดูฝ่ามือขาวผ่องของนาง กลางฝ่ามือยังมีรอยแผลเป็นเส้นหนึ่งที่ไม่เรียบ นั่นเป็นบาดแผลที่นางได้มาจากตำหนักคุนเหอของไทเฮา รอยแผลเป็นถือว่าประสานกันได้ดีไม่เลว เพียงแต่บนฝ่ามือของนางเวลานี้มีไส้เดือนสีชมพูตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นเนื้อใหม่ที่งอกออกมา ทันทีที่มองเห็นราวกับว่าไส้เดือนตัวนั้นคลานเข้ามากลางใจของเขา ให้ความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวแก่เขาอย่างเอกอุ
หลินชิงเวยมองหน้าของเซียวเยี่ยน แล้วหันไปมองฝ่ามือของตน กล่าวทั้งหัวเราะจนตาหยี “เสด็จอารู้สึกผิดอยู่บ้างใช่หรือไม่ เช่นนั้นสามารถให้เงินมากหน่อยได้ ข้าอาศัยอยู่ในวังหลว