เมื่อชิงหลันถดกายหนีนั้น มันดูอ่อนแรงไร้กำลังที่จะโต้ตอบเอาคืน
หลินชิงเวยตื่นตะลึง
ได้แต่ฟังเซียวเยี่ยนหรี่ตากล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่กล้าฆ่ามันใช่หรือไม่?”
หลังจากตื่นตะลึงแล้วหลินชิงเวยจึงแค่นหัวเราะเสียงเย็น “งูตัวอื่นๆ ข้ารีดต่อมพิษของมันออกหมดแล้วแต่ตัวนี้ยังไม่ได้รีด ท่านลองสังหารมันดูสิ พรุ่งนี้เกรงว่าจะต้องมีข่าวสะท้านฟ้าสะเทือนดินลือออกไปว่าเซ่อเจิ้งอ๋องตายอยู่ในห้องทรงพระอักษรเป็นแน่”
เซียวเยี่ยนก้มหน้าลงมอง เห็นปลายนิ้วของเขาที่มีหยดเลือดซึมออกมาเวลานี้กลายเป็นสีเขียวคล้ำ อีกทั้งค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาตามเส้นเลือด แขนของเขาก็เริ่มมีสีคล้ำเช่นกัน
เขารีบยกแขนขึ้นสกัดจุดเส้นเลือดใหญ่บนแขนของตน เพื่อไม่ให้เลือดไหลขึ้นสู่ข้างบน
สีหน้าของเซียวเยี่ยนเปลี่ยนไป ปลายนิ้วของเขาปลดปล่อยชิงหลันเป็นอิสระ ชิงหลันกำลังคิดจะเลื้อยเข้าไปกัดลงไปบนแขนเขาอีกสักสองครั้ง หลินชิงเวยร้องว่า “ชิงหลัน!”
ชิงหลันได้แต่ออกห่างจากร่างของเซียวเยี่ยน จากนั้นกลับไปซ่อนตัวในเสื้อผ้าของหลินชิงเวย
พิษนั้นกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเซียวเยี่ยนพลันรู้สึกว่าสายตาของเขาพร่ามัว มองอะไรล้วนไม่ชัดเจน เขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว มือค้ำลงบนโต๊ะ หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “เสด็จอา ท่านขอร้องข้าสิ ข้าจะให้ยาถอนพิษท่าน ดีหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนขมวดคิ้วทว่าไม่พูดจา เขายกมือขึ้นอีกเพื่อจี้สกัดจุดชีพจรใหญ่ทั่วร่างกายของตนเพื่อล