เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หลินชิงเวยเดินค่อนข้างช้า เมื่อมาหยุดเบื้องหน้าเซียวเยี่ยน นางแสร้งยอบกายลงเพื่อคารวะตามธรรมเนียม รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเป็นเช่นการแสดง “เสด็จอาหาข้ามีเรื่องอะไรเพคะ?”
“เจ้าเลิกเสแสร้งได้แล้ว สิ่งของเล่า คืนมา”
หลินชิงเวยมีสีหน้าราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์ “สิ่งของอะไรกันเพคะ?”
“ถุงเงิน”
“นั่นเป็นถุงเงินที่มีลักษณะอย่างไรเพคะ?” หลินชิงเวยแตะคางของตนพร้อมกับพูดงึมงำ “สีม่วงเข้มใช่หรือไม่? ข้างบนปักดอกบัวสีขาวดอกหนึ่ง?” ขณะที่เอ่ยคำพูดออกมานั้นนางมองหน้าเซียวเยี่ยน สีหน้าของเซียวเยี่ยนเปลี่ยนไป ช่างน่าสนใจนัก “ยังมีพู่สีขาวอีกชิ้นหนึ่ง? ดูเหมือนข้าจะเพิ่งเก็บถุงเงินใบหนึ่งที่มีลักษณะเช่นนี้ งานฝีมือนั้นประณีตงดงามอย่างยิ่ง เพียงแต่ดูเหมือนค่อนข้างเก่าสักหน่อย”
สายตาของเซียวเยี่ยนที่จ้องมองนางนั้นแทบจะทนไม่ไหวที่ไม่อาจกลืนกินนางลงไปได้ “เอามา!”
หลินชิงเวยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย “เสด็จอา ลำดับแรกท่าทีของท่านไม่ถูกต้อง การเก็บสิ่งของมีค่าได้ไม่อาจนับว่าเป็นจริยธรรมที่ดี แต่ข้ามิได้ต้องการจริยธรรมที่ดีเช่นนี้ ท่าทางของท่านที่พูดจาข่มขู่ตะคอกใส่ข้าเยี่ยงนี้ ข้าไหนเลยจะยินดีคืนถุงเงินใบนั้นให้กับท่าน?” นางหยิบถุงเงินที่นางบรรยายลักษณะเมื่อสักครู่ออกจากอกเสื้อ แขวนกับปลายนิ้วเรียวเล็กขาวผ่องของนาง พร้อมกล่าวท้าทายว่า “ท่านดูสิ ใบนี้ใช่หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนยื่นมือออกมาห