มายจะหยิบไป ทว่าหลินชิงเวยระวังตัวไว้แต่แรกแล้ว จึงซ่อนถุงเงินใบนั้นไว้ข้างหลังตน
เซียวเยี่ยนหรี่ตาลง ดวงตาเรียวยาวรูปหงส์คู่นั้นเมื่ออยู่บนใบหน้าคมสันองอาจราวเทพเซียนของเขา แม้จะมีความน่าเกรงขาม นัยน์ตาดำขลับ ทว่ามิอาจปฏิเสธได้ว่ามีเสน่ห์ที่ยากแก่การต้านทานได้ ราวกับจะดึงดูดให้ผู้คนหลงวนเข้าไปในบ่อน้ำลึกอย่างไรอย่างนั้น เขากล่าวว่า “เจ้าต้องการอะไรกันแน่ แต่ไรมาเปิ่นหวางไม่เคยทำสิ่งของตกหล่นมาก่อน เปิ่นหวางไม่เชื่อว่าถุงเงินใบนี้เจ้าเก็บได้บนทางเดิน”
เมื่อหลินชิงเวยยังคงเงยหน้าขึ้นเพื่อจับจ้องเขา เขาพยายามข่มใจอย่างที่สุด ทำให้อากาศในยามเช้าของฤดูวสันต์เพิ่มความสดใสขึ้น
หลินชิงเวยจ้องดวงตาทั้งคู่ของเขา เซี่ยวจิ่นมีความคล้ายคลึงกับเขาอยู่หลายส่วน แต่ดวงตาคู่นั้นของเขาน่าจะเป็นหนึ่งไม่มีสอง หลินชิงเวยยิ้มกล่าวว่า “แต่ไรมาท่านไม่เคยทำสิ่งของตกหล่น? ข้าก็ไม่เชื่อเช่นกัน เสด็จอาท่านลองคิดดูให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าท่านได้เคยทำสิ่งของลักษณะเช่นนี้ตกหล่นมาก่อนหรือไม่?”
ไหนเลยจะคาดคิดว่านาทีถัดมาเซียวเยี่ยนคร้านจะพูดจาไร้สาระกับนาง จึงยื่นมือออกไปหมายจะแย่งสิ่งของคืนมา หลินชิงเวยถอยหลังไปหลายก้าว กำถุงเงินใบนั้นไว้ในมือแน่น แขนยาวๆ ทั้งคู่ของเซียวเยี่ยนอ้อมผ่านเอวคอดของหลินชิงเวยไปจับมือทั้งคู่ของหลินชิงเวย
มือทั้งสี่ข้างแย่งชิงสิ่งของกันอยู่ด้านหลัง ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ร่างของเซียวเยี่ยนทั้