วี่เฉี่ยวชนเข้ากับกำแพงนั้นด้วยสายตาเฉยเมย
เสียง โครม ดังขึ้น
ประจวบเหมาะกับเป็นจังหวะที่ซินหรูประคองถ้วยยาเข้ามา เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จิตใจที่อ่อนแอเปราะบางของนางได้แข็งแกร่งขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไปแล้ว แม้จะอายุยังน้อยทว่าสุขุมอย่างยิ่ง
ปี้หลิงรีบเข้าไปประคองลวี่เฉี่ยว หน้าผากของลวี่เฉี่ยวเต็มไปด้วยเลือด หลินชิงเวยกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “หากเจ้ามีใจคิดจะรนหาที่ตายก็ควรจะตายตั้งแต่เมื่อคืนไม่จำเป็นต้องมาตายต่อหน้าข้า ยังมีอีก คนที่เจ้าควรจะเคียดแค้นมิใช่ข้าแต่ควรจะเป็นหลินเสวี่ยหรง เป็นนางที่คิดหาวิธีการเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้ออกมาจึงทำให้เจ้าต้องมีจุดจบเช่นเวลานี้”
ซินหรูเดินเข้ามายื่นถ้วยยาส่งให้หลินชิงเวย “พี่สาว ควรดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยยกถ้วยยาขึ้นเตรียมจะดื่มแล้วยื่นให้กับปี้หลิง “ให้นางดื่มยานี้เสีย หากนางยังต้องการหาทางตายอีกก็ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมนางอีกต่อไป รอกระทั่งนางทรมานตนเองจนตายแล้วค่อยเรียกคนนำศพของนางยกออกไปเป็นอาหารของสุนัขจรจัด”
“เพคะ” ปี้หลิงยกถ้วยยาเข้าไปบังคับให้ลวี่เฉี่ยวดื่มลงไป ลวี่เฉียวทุกข์ทรมานถึงขีดสุด กล้ำกลืนยาที่ผสมปนเปกับเลือดลงไปจากนั้นร่ำไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด
หลินชิงเวยก้าวออกไปจากห้องซินหรูติดตามอยู่ข้างกายนางขมวดคิ้วมองนางและบ่นงึมงำอย่างไม่ค่อยพึงใจนัก “ไม่ง่ายดายเลยกว่าจะต้มยาให้ท่านได้ ท่านกลับเอาไปให้นางดื่ม เช่นนั้นพี่สาวดื่มอะไรเจ้าคะ?