ของตนเบาหวิว ความรู้สึกเหมือนกับขาทั้งคู่ลอยขึ้นมาด้วยความอ่อนแรงนั้นทำให้นางขมวดคิ้ว
ต่อมาภาพเบื้องหน้าของลวี่เฉี่ยวเริ่มพร่าเลือน สายตาของนางค่อยๆ มองเห็นทุกอย่างไม่ชัดเจน แม้กระทั่งใบหน้าของปี้หลิงก็ดูเหมือนมองเห็นไม่ชัดเจน ร่างของนางยืนไม่อยู่ นางถอยไปด้านหลังหลายก้าว ดวงตาเบิกกว้างทั้งคู่จ้องมองปี้หลิง
สีหน้าของปี้หลิงเผือดขาวทว่าปากยังคงเอ่ยขึ้นว่า “ลวี่เฉี่ยว เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าไม่เป็นไรกระมัง?” นางคิดจะดึงมือของตนออกมาจากมือของลวี่เฉี่ยว ลวี่เฉี่ยวได้ทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ในใจจึงอ่อนไหวอย่างยิ่ง นางจึงจับมือของปี้หลิงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
สีหน้าท่าทางบนใบหน้าของลวี่เฉี่ยวเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ความรู้สึกเวียนศีรษะอย่างหนักมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่าง ทำให้นางไร้หนทางที่จะรับมือได้ นางเพิ่งจะกระจ่างแจ้งว่านางหลงกลแล้ว ก่อนหน้าที่ปี้หลิงจะมาถึงทุกอย่างล้วนปกติดีแต่ทันทีที่ปี้หลิงมาถึงนางกลับย่ำแย่ทันที!
ลวี่เฉี่ยวนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสักครู่ปี้หลิงได้รินน้ำชาให้นางถ้วยหนึ่ง จึงจับจ้องปี้หลิงเขม็ง “เจ้าวางยาข้า? เหตุใดเจ้าจึงวางยาข้า? เหตุใด?!”
“เจ้าปล่อยมือก่อนได้หรือไม่…” ปี้หลิงถอยหลังไปหลายก้าว นางออกแรงดิ้นรนต่อสู้ ทว่าลวี่เฉี่ยวยังคงไม่ยอมปล่อยมือของนางอยู่นั่นเอง นางจึงขึ้นเสียงกล่าวออกไปว่า “ข้าบอกให้เจ้าปล่อยมือ!”
ปี้หลิงออกแรงผลักนางออกไป ลวี่เฉี่ยวในเวลานี้หมดเรี่ยวสิ้นแรง จึง