นางกำนัลนางนั้นกล่าวว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสว่า ตำหนักแห่งนี้อยู่ใกล้กับตำหนักบรรทมของฝ่าบาทที่สุด ให้เหนียงเหนียงอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวไปก่อน บ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
นางกำนัลและขันทีอีกหลายคนภายในตำหนักยังคงเป็นใบหน้าของคนคุ้นเคยก่อนหน้านี้ พวกเขาพบว่าหลินชิงเวยกลับมาจึงเริ่มทำงานกันอย่างวุ่นวายอีกครั้ง
ทว่าหลินชิงเวยกลับรู้สึกว่าคนน้อยไปคนหนึ่ง
กลางคืนเมื่อนางกำนัลนำอาหารมาขึ้นโต๊ะ หลินชิงเวยถามว่า “ลวี่เฉี่ยว เล่า?”
นางจดจำได้ว่าลวี่เฉี่ยวเป็นสาวใช้คนสนิทของนางก่อนหน้าที่นางจะถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น
นางกำนัลตอบว่า “เรียนเหนียงเหนียง วันนี้ลวี่เฉี่ยวล้มป่วย พ่อบ้านจึงอนุญาตให้นางพักผ่อนอยู่ในห้องเพคะ”
หลินชิงเวยขยับช้อนในมือ ส่งน้ำแกงในช้อนนั้นเข้าปากของตนช้าๆ และพูดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “งั้นหรือ เช่นนั้นควรจะพักผ่อนให้ดี”
นางพูดแล้วค่อยๆ ช้อนตาขึ้นประสานกับสายตาของนางกำนัลที่นำอาหารมาขึ้นโต๊ะ ในแววตานั้นปรากฏให้เห็นความรู้สึกหลายอย่างที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อพบว่าหลินชิงเวยกำลังมองนางอยู่จึงรีบก้มหน้างุดพร้อมกับกล่าวว่า “เหนียงเหนียง อาหารเย็นขึ้นโต๊ะแล้วเพคะ เชิญเหนียงเหนียงเพคะ”
หลินชิงเวยพยักหน้า “เจ้าออกไปเถิด”
นางกำนัลรับคำจากนั้นหันหน้าเดินออกจากห้องไป ครั้งนี้ซินหรูที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารรู้จักเก็บงำความรู้สึกได้มากขึ้นทีเดียว เมื่อเห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะด