ด้วยคำพูดตรงไปตรงมาของหลินชิงเวยที่เอ่ยออกมาอย่างมิเกรงใจ ส่งผลให้หมอหลวงถอยออกไปด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนทันที กลับเป็นเซียวจิ่นที่หลังจากหายจากการตะลึงไปครู่หนึ่งก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา
เซียวเยี่ยนประพฤติตนประดุจพื้นหลังของภาพวาดอยู่นานพอแล้วจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “ข้าพาพวกนางไปทำแผลที่สำนักหมอหลวง ฝ่าบาทออกมานานเช่นนี้ สมควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว รอให้ทำแผลเรียบร้อยแล้วข้าจะพาหลินซื่อไปเข้าเฝ้า เด็กๆ ส่งฝ่าบาทกลับตำหนักบรรทม”
นางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านนอกล้วนเป็นคนในตำหนักซวี่หยางของเซียวจิ่น ได้ยินเสียงข้างในจึงทยอยพากันเข้ามา องครักษ์ข้างกายเซียวจิ่นเข็นเก้าอี้ของเซียวจิ่นออกไป เซียวจิ่นหันหน้ามามองเซียวเยี่ยนแล้วหัวเราะเบาๆ พร้อมกับกล่าวว่า “มีเสด็จอาช่วยจัดการเรื่องนี้ เช่นนั้นเจิ้นวางใจแล้ว ไม่ต้องรีบร้อนในเวลานี้ให้นางพักฟื้นร่างกายสักสองวันค่อยมาพบเจิ้นเถิด”
เซียวเยี่ยนพยักหน้าถือว่ารับคำ
หลินชิงเวยมองเซียวจิ่นที่ถูกเข็นเก้าอี้ออกไปนอกตำหนักตลอดเวลา ตั้งแต่ต้นจนจบบนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มบางๆ ตลอดเวลา ไม่มีความรู้สึกกล่าวโทษหรือทัศนคติในทางลบ หลินชิงเวยรู้สึกดูแคลนตนเองเหลือเกิน ทุกครั้งที่ได้พบกับผู้ป่วยซึ่งเป็นเด็กน้อยผู้มีหัวใจบริสุทธิ์สะอาดเช่นนางฟ้า ความเป็นแม่ในตัวของนางก็เริ่มเอ่อท้นขึ้นมาในใจทันที
เซียวจิ่นผู้นี้ทำให้นางรู้สึกทึ่งจริงๆ
รอคนที่ควรออกไปล้วนออกไปแล้ว เซียวเยี่ยน