เซียวจิ่นหันไปมองหลินชิงเวยและถามว่า “เมื่อวานเจ้าผลักจ้าวกุ้ยเหรินตกน้ำ?”
ถึงคราที่หลินชิงเวยเอ่ยปาก หลินชิงเวยไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมการคุกเข่าภายในวัง จึงลุกขึ้นเพื่องดเว้นธรรมเนียมเหล่านี้ต่อเซียวจิ่นและเซียวเยี่ยน นางย้อนถามว่า “หากหม่อมฉันบอกว่าหม่อมฉันไม่ได้ทำ ฝ่าบาทจะทรงเชื่อหรือไม่เพคะ?”
ครานี้เป็นเซียวจิ่นที่ถูกถามจนอึ้งไป
หลินชิงเวยกล่าวเสริมอีกว่า “เมื่อคืนนี้ ขณะที่ไทเฮานำตัวพวกหม่อมฉันไปกักขังไว้นั้น หรงหมัวมัวเฆี่ยนตีเด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบคนหนึ่งด้วยแส้อย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่กำลังจะปลิดชีวิตของนางด้วยความแค้นเคือง นางยังได้บอกอีกด้วยว่าจ้าวกุ้ยเหรินเป็นหลานสาวห่างๆ ของไทเฮา เช่นนั้นหม่อมฉันอยากจะถามว่าไฉนไทเฮาจึงไม่ไต่สวนหาความจริงก่อนแม้สักประโยคเดียวก็จับกุมตัวพวกหม่อมฉันไปกักขังแล้วสั่งลงทัณฑ์เป็นการส่วนตัวเช่นนี้?”
ไทเฮามีสีหน้าแข็งค้าง “นี่เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอะไร!”
หลินชิงเวยกล่าว “ไทเฮาตรัสอย่างมั่นใจว่าเป็นหม่อมฉันที่ผลักจ้าวกุ้ยเหรินตกน้ำไป เช่นนั้นให้จ้าวกุ้ยเหรินมาพิสูจน์ความจริงสักหน ถามดูว่าหม่อมฉันได้เคยลงมือทำอะไรนางหรือไม่?”
“แต่เจ้าทำร้ายสาวใช้ของนางจนได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใด!”
หลินชิงเวยกล่าว “ไทเฮาทอดพระเนตรรูปร่างบอบบางของหม่อมฉันสิเพคะ แล้วค่อยไปทอดพระเนตรสาวใช้เหล่านั้นของจ้าวกุ้ยเหริน คิดว่าหม่อมฉันมีความสามารถสู้รบปรบมือชนะพวกน