หลินชิงเวยกล่าว “อ้อ ข้าเกือบลืมไป หมอหลวงที่นี่ไม่รู้จักตัวอักษรของท่านหมอ ต้องการให้ข้าเขียนอีกครั้งหรือไม่?”
“หาก…หากหลิน…หลินเฟยไม่ถือสา…”
ยังไม่ทันรอให้หลินชิงเวยพูดจา เซียวเยี่ยนก็สาวเท้าก้าวยาวๆ เข้าประตูมา “นำมาให้เปิ่นหวางดูเถิด”
หลินชิงเวยหันกลับไปดูเขาแวบหนึ่งและกล่าวอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ “ท่านดูสิ เซ่อเจิ้งอ๋องยังรู้จักตัวอักษรของข้า พวกท่านกลับไม่รู้จัก นี่หมายถึงอะไร หมายถึงคนชราเช่นพวกท่านไม่แตกฉานเรื่องศิลปะ ต่อไปต้องฝึกฝนศิลปะการเขียนพู่กันจีน หาไม่แล้วจะต้องผิดต่ออาชีพของท่านหมอ”
หลินชิงเวยหยิบยาจินชวงแล้วพาซินหรูไปยังห้องตรวจของสำนักหมอหลวง นางปลดเสื้อผ้าของซินหรูออกก่อนแล้วใส่ยาให้กับบาดแผลบนร่างกายของนาง ทว่าเมื่อถึงคราซินหรูใส่ยาให้หลินชิงเวย นางไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพลำพังแค่เห็นบาดแผลที่อยู่บนลำคอและแผ่นหลังของหลินชิงเวยก็ตื่นตระหนกตกใจจนมือไม้สั่น ส่งผลให้การใส่ยาของนางทำให้หลินชิงเวยต้องเจ็บตัวไปด้วย
หลินชิงเวยหายใจเข้าลึกๆ เวลานี้ความตึงเครียดของนางผ่อนคลายลงเล็กน้อย ร่างกายจึงค่อยๆ รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด ซินหรูได้ยินเสียงหายใจเข้าด้วยความเจ็บปวดของนางก็ยิ่งไม่กล้าลงมือ
ขณะที่ซินหรูยกปลายนิ้วขึ้นแล้วดึงกลับมาอย่างลังเลใจนับครั้งไม่ถ้วน ปลายนิ้วของนางแต้มยาเอาไว้กำลังเตรียมจะแตะลงบนแผ่นหลังของหลินชิงเวย หลินชิงเวยกล่าวขึ้นในที่สุดว่า “ช่างเถิ