ม่มีร่องรอยของบาดแผลบนร่างกาย ดังนั้น…”
“ดังนั้นอะไร?”
หมอหลวงกล่าว “ดังนั้นกระหม่อมคิดว่า หรงหมัวมัวไม่ได้ถูกนางสังหาร แต่เป็นเพราะเกิดอาการป่วยกำเริบอย่างกะทันหันจึงเสียชีวิตพะยะค่ะ”
เมี่อคำพูดนี้กล่าวออกมา ไทเฮาถึงกับตบโต๊ะด้วยโทสะ “ล้วนเป็นคำพูดเหลวไหลทั้งเพ! สุขภาพของหรงหมัวมัวแข็งแรงดีมาโดยตลอด ไฉนจึงกลายเป็นคนมีอาการป่วยกำเริบกะทันหันแล้วเสียชีวิตได้!”
ทุกคนล้วนไม่ส่งเสียง
ยามนี้ คิดไม่ถึงว่าซินหรูที่กัดริมฝีปากเงียบขรึมอยู่ตลอดเวลากลับเอ่ยขึ้นว่า “มีเพคะ…”
หลินชิงเวยหันไปมองซินหรูอย่างตื่นตระหนกเล็กน้อย
“มีอะไร? ยังไม่รีบสารภาพความจริงออกมา!”
ซินหรูขดร่างของตนเข้าไปในอ้อมกอดของหลินชิงเวย หลินชิงเวยตบหลังของนางเบาๆ เพื่อปิดบังอำพรางความตื่นตระหนกในใจของตน นางไม่ได้พูดคุยตกลงกับซินหรูให้ดีก่อนหน้านี้ ด้วยหลินชิงเวยเพียงกำชับว่า ซินหรูไม่ต้องพูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว ทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของนาง
คิดไม่ถึงว่าไม่ต้องรอให้ไทเฮาเค้นความ ซินหรูกลับปริปากด้วยตนเอง
นางจะพูดอะไรนะ?
เพราะความหวาดกลัว เพราะต้องการเอาตัวรอด นางจะสารภาพความจริงแล้วผลักหลินชิงเวยออกไปหรือไม่? แล้วบอกกับทุกคนว่าหลินชิงเวยเป็นผู้สังหารหรงหมัวมัว?
ไม่ ไม่ หากเป็นเช่นนี้นางมิใช่ควรจะสารภาพตั้งแต่แรกแล้ว มาสารภาพในเวลานี้ ถือเป็นการพลาดโอกาสที่ดีที่สุดไปแล้ว อีกทั้งสถานการณ์เบื้องหน้าในยามนี้สำหรับพวกนางแล้วยังถ