้าน นางพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมความหวาดกลัวที่มีต่อหลินซินหรู ปากเล็กๆ นั้นกัดปลายนิ้วของตนไม่ยอมปล่อย กล่าวเสียงอู้อี้ว่า “ท่านฆ่านางแล้ว…”
หลินชิงเวยกล่าว “ข้าไม่ฆ่านาง นางก็จะฆ่าเจ้า จากนั้นจึงฆ่าข้า”
“แต่…แต่…”
“ก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยเห็นคนตายหรือ เมื่ออยู่ในตำหนักเย็น” หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ “สตรีสติฟั่นเฟือนกลุ่มนั้นในตำหนักใน พวกนางล้อมคนอ่อนแอเล็กๆ คนหนึ่งเพื่อทุบตี นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมดากระมัง เจ้าต้องเคยเห็นมาก่อนเป็นแน่ แต่ข้างนอกนี้ไม่เหมือนกัน สตรีที่อยู่ข้างนอกล้วนเป็นสตรีที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและเฉลียวฉลาด พวกนางจะไม่ล้อมวงกันเพื่อทุบตีผู้อื่นอย่างคลุ้มคลั่ง แต่จะค่อยๆๆ ใช้วิธีการทรมานให้ผู้อื่นต้องมีชีวิตอยู่อย่างอยู่มิสู้ตาย เจ้าว่าแบบไหนน่ากลัวกว่ากัน? คืนนี้หากนางไม่ตาย รอกระทั่งถึงพรุ่งนี้เช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ย่อมต้องมีศพสองศพถูกหามออกไปจากห้องนี้ ถูกทิ้งไว้มุมใดมุมหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ หรืออาจจะถูกนำไปเลี้ยงสุนัขจรจัด กลายเป็นศพที่ตายอย่างไร้ที่ฝัง”
ซินหรูที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวนั้น ได้ยินคำพูดสุดท้ายของหลินชิงเวย ร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลายจากความตึงเครียดและสงบลงในที่สุด
หลินชิงเวยยกชายกระโปรงแล้วลุกขึ้นเดินมาหยุดข้างกายซินหรูแล้วนั่งลง ซินหรูค่อยๆ เอียงศีรษะลงมาซุกอยู่ในอ้อมกอดของหลินชิงเวย
ร่างของคนทั้งสองเต็มไปด