้วยร่องรอยของหยดเลือด ต่างพึ่งพิงกันเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่กัน
ค่ำคืนในช่วงต้นวสันตฤดูช่างหนาวเหน็บเสียจริงๆ
ซินหรูเบิกตากว้างทั้งคืน นางไม่กล้าหลับตาลงยิ่งไม่กล้าหลับ นางกลัวว่าจะมองเห็นศพที่นอนอยู่บนพื้น แต่ก็มิอาจบังคับตนเองไม่ให้กลอกตาเหลือบไปดูได้ นางกลัวว่าศพนั้นจะตื่นขึ้นมาไม่ได้ ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวว่าศพร่างนั้นจะพลันตื่นขึ้นมา
กระทั่งฟ้าสาง ศพของหมัวมัวผู้นั้นจึงแข็งไปทั้งร่าง ผิวของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวราวกับหิมะ ขาวจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากภายนอกฟังดูรีบเร่งอยู่บ้าง เมื่อเสียงฝีเท้านั้นมาถึงหน้าประตูเรือนหลังเล็กอันมืดมิด พบว่าประตูถูกขัดเอาไว้ จึงเกิดเสียงดังขึ้นท่ามกลางความประหลาดใจ ทว่าคนข้างนอกออกแรงผลักอย่างไรก็มิอาจเปิดประตูเรือนหลังเล็กนี้ได้
ต่อมาตำหนักคุนเหอได้ตามตัวองครักษ์มา องครักษ์ใช้เท้าถีบประตูนี้อยู่หลายครั้งหลายคราจึงทลายประตูของเรือนหลังเล็กลงได้ หมัวมัวนางหนึ่งก้าวเข้ามาก่อนจึงพบว่าประตูถูกขัดให้ปิดตายจากด้านใน
ที่แท้เมื่อคืนนี้เซียวจิ่นฟื้นขึ้น เมื่อได้รู้จากเซียวเยี่ยนว่าผู้ที่รักษาอาการเขาก็คือนางสนมผู้ถูกทอดทิ้ง หลินชิงเวย ไทเฮามีทีท่าตื่นตะลึงต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
เพื่อให้นางได้ถวายการรักษาให้กับฮ่องเต้ต่อไปจึงจำเป็นต้องไว้ชีวิตหลินชิงเวย เดิมทีไทเฮาคิดจะขังนางสักคืนหนึ่ง เพื่อเป็นการให้บทเรียนแก่นาง รอวันรุ่งขึ้นค่อยปล่อยตั