วนางออกมา
สำหรับเรื่องที่จะอยู่หรือตายนั้นล้วนเป็นเรื่องของชะตาฟ้าลิขิต
หมัวมัวผู้ที่มารับคนเพียงเหลือบตาดู เห็นหลินชิงเวยและซินหรูนั่งอยู่ในมุมๆ หนึ่ง ไม่เคลื่อนไหวราวกับเป็นหุ่นขี้ผึ้งอย่างไรอย่างนั้น แสงอุษาแสงแรกของวสันตฤดูที่ส่องลอดเข้ามาจากภายนอกตกลงบนใบหน้าของหลินชิงเวย ใบหน้านั้นขาวสะอาดไร้ตำหนิทว่ากลับดูเย็นชาผิดธรรมดา ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับมาดวงตาทั้งคู่ของนางวับวาวราวกับกระจกสีทอง
หมัวมัวยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาสักประโยคแต่กลับหันไปเห็นร่างของคนที่นอนอยู่บนพื้น จากนั้นจึงส่งเสียงร้อง “อ๊า–” ออกมา
ดูเหมือนหมัวมัวท่านนี้น่าจะไม่ค่อยได้พบคนตายมาก่อน จึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนั้น นางตื่นตระหนกตกใจอย่างรุนแรง ใบหน้าของนางไร้สีเลือด หลังจากนั้นไม่นานนักมีนางกำนัลจากตำหนักคุนเหอมาที่นี่ นำด้วยขันทีที่เข้ามาย่อกายลงเบื้องหน้าศพนั้น ลำพังเพียงแค่ดูจากสีหน้าแล้วก็รู้ว่าช่วยอะไรไม่ได้แล้วทว่าเขายังคงยื่นนิ้วมือไปทดสอบลมหายใจของนาง
ขันทีผู้นั้นตกตื่นตะลึงจนนั่งแปะลงกับพื้น ร้องตะโกนลั่นว่า “หรงหมัวมัวตายแล้ว!”
ข่าวนี้ถูกแพร่สะพัดไปถึงตำหนักคุนเหออย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างรู้สึกเหลือเชื่อ
หรงหมัวมัวผู้นี้เป็นสาวใช้คนสนิทที่ติดตามเข้าวังมาพร้อมกับไทเฮาเมื่อครั้งไทเฮาแต่งเข้าวังหลวงมา นางมีความสำคัญประดุจแขนซ้ายแขนขวาของไทเฮาก็ว่าได้ บัดนี้นางจากไปแล้วไทเฮาย่อมต้องเดือดดาลอย่างที่สุด