ยมใช่หรือไม่?” พูดแล้วนางก็โยนแส้ทิ้งไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับส่ายหน้า “ไม่ ข้าไม่ชอบวิธีการตาต่อตาฟันต่อฟัน ยิ่งไม่ชอบวิธีการระงับเวรด้วยการไม่จองเวร”
เมื่อนางพลิกฝ่ามืออีกครั้ง เข็มเงินอีกสองเล่มก็แทงเข้าไปที่หัวเข่าทั้งคู่ของหมัวมัว นางไม่จำเป็นต้องกะเกณฑ์ตำแหน่งและเรี่ยวแรงขณะปักเข็มลงไป ปลายนิ้วของนางเพียงออกแรงนวดคลึงกล้ามเนื้อบริเวณหัวเข่าของหมัวมัว สุดท้ายนางดึงเข็มเงินทั้งสองเล่มออกจากด้านหลังหัวเข่าของหมัวมัว
หมัวมัวผู้นั้นได้รับความเจ็บปวดเสียจนชักกระตุก ล้มลงยืนขึ้นไม่ได้อีก
“พี่สาว…” ซินหรูร้องเรียกนางอยู่ด้านข้าง นางราวกับไม่ได้ยิน
ต่อมาหลินซินเวยจี้สกัดจุดชีพจรร่างกายท่อนบนของหมัวมัว แล้วปักเข็มเงินลงบนลำคอของนางอีกเล่มหนึ่ง หมัวมัวตาเหลือกถลนทันที ตาขาวของนางพลิกขึ้นมา สีหน้าของหลินชิงเวยเยือกเย็น ดวงตาทั้งคู่นิ่งลึก ปลายนิ้วกดลงไปเบาๆ ให้เข็มนั้นแทงเข้าไปลึกขึ้นกว่าเดิมเพื่อสัมผัสให้ถึงเส้นประสาทของนาง
“โปรดละเว้น…ละ…เว้น” ร่างของหมัวมัวสั่นเทิ้ม คำพูดเพียงประโยคเดียวก็พูดออกมาไม่ได้
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นเรียบๆ “พรุ่งนี้รอกระทั่งมีคนมาพบว่าเจ้าตายแล้ว นั่นก็เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ ในเมื่อเป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เวลานี้ใครจะรู้เล่าว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร”
เดิมทีนางไม่ปรารถนาที่จะใช้สิ่งของที่นำมาช่วยชีวิตผู้คนมาสังหารคน แต่นี่เป็นยุคสมัยที่เห็นชีวิตของมนุษย์เป็นเช่นต้นไม้ใบหญ้า