ผู้อื่นคือความอ่อนแอ เหยียบย่ำลงบนความอดทนอดกลั้นนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ที่นี่ไม่เหมือนยุคสมัยปัจจุบัน ไม่ใช่สังคมที่ใช้กฎหมายควบคุมสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่คนกินคนด้วยกัน หากนางไม่ต่อต้านนางก็มีแต่ตายเท่านั้น
แผลที่ถูกแส้ตีบริเวณลำคอนั้นยังคงมีเลือดไหลซึมออกมา เลือดนั้นไหลลงมาตามลำคอขาวผ่องของนาง ทำให้รู้สึกว่านางมีพลังเร้นลับ นางหันหน้ากลับมารอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนริมฝีปากนั้นทำให้ซินหรูรู้สึกชาหนังศีรษะไปทั้งแถบ แม้กระทั่งหมัวมัวที่พบเจอกับหญิงสาวมาทุกประเภทก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงหัวใจ
ชิงหลันค่อยๆ บีบคั้นเข้ามาทีละก้าว หมัวมัวถดกายหนีไปถึงมุมกำแพง ร่างของนางแนบชิดติดไปกับผนังกำแพง ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป ท่าทีหยิ่งผยอง โหดเหี้ยมเมื่อสักครู่นั้นมลายสิ้น ทางหนึ่งจับจ้องงูที่อยู่ข้างเท้าของตน อีกทางหนึ่งไม่ลืมที่จะเงยหน้าไปมองหลินชิงเวย
หมัวมัวพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตน “นางคนต่ำช้า ยังโง่งมอะไรอยู่อีก ยังไม่รีบเอางูตัวนี้ออกไปอีก! บางทีข้าอาจจะละเว้นชีวิตเจ้าสักครั้งก็ได้”
หลินชิงเวยค่อยๆ ย่อกายลงกวักมือให้กับชิงหลัน หมัวมัวเบิกตากว้าง มองงูตัวนั้นเลื้อยไปหาหลินชิงเวย จากนั้นค่อยๆ พันร่างไปกับข้อมือของนาง นางเล่นกับหัวของงูตัวเล็กนั้นไปพร้อมกับให้ชิงหลันดื่มกินเลือดของนางที่ไหลลงมาตามลำคอ
หลินชิงเวยราวกับไม่ได้ยิน นางค่อยๆ เลิกคิ้วกล่าวว่า “เจ้าว่า ใครละเว้นใครน