ในนาทีที่ตกอยู่ในอันตราย หลินชิงเวยออกแรงผลักร่างซินหรูไปด้านข้าง แส้นั้นจึงตวัดลงบนแผ่นหลังของนางเต็มๆ รสชาติของแส้นั้นราวกับพิษของอสรพิษ ประทับรอยลงบนด้านข้างลำคอขาวผ่องของนาง ร่างของนางพลันรู้สึกร้อนราวกับถูกนาบด้วยไฟ ความรู้สึกทั้งเจ็บปวดและแสบร้อนทำให้หลินชิงเวยถึงกับสะดุ้งเฮือก ปลายนิ้วไร้เรี่ยวแรงอันเย็นเยียบของนางค่อยๆ แตะลงไปบนลำคอของตนเอง ผิวที่เคยเรียบลื่นนั้นเปลี่ยนเป็นนูนต่ำไม่เสมอกันทันที ราวกับหนังงูที่เพิ่งลอกคราบออกมาอย่างไรอย่างนั้น นางดึงปลายนิ้วกลับมาดูพบว่าเต็มไปด้วยโลหิตสดๆ
เมื่อแส้ถูกตวัดกลับมาเป็นครั้งที่สอง หลินชิงเวยจ้องแส้เส้นนั้นอย่างแม่นยำ นางยกมือขึ้นรับแส้นั้นไว้อย่างแน่นหนา สายตาของนางทั้งว่องไวและแม่นยำ นี่เป็นผลจากการที่นางฝึกใช้หน้าไม้ยิงนกพิราบในครานั้น แต่เรี่ยวแรงของหมัวมัวมหาศาลจริงๆ ต่อให้นางจับปลายแส้ไว้ได้ แส้ที่หยาบและใหญ่เส้นนั้นยังคงถูกลากให้ไถลอยู่ในมือของนางเป็นทางยาว บาดลึกลงไปในเนื้อผิวของนาง ความรู้สึกนั้นราวกับมีอะไรแทรกลึกชอนไชเข้ามาในผิวเนื้อของนาง
หลินชิงเวยเจ็บเสียจนเหงื่อเย็นผุดออกมา แต่นางยังคงจับแส้ในมือไม่ปล่อย ภายใต้แสงจากเปลวเทียนดวงตาทั้งคู่ของนางดำขลับและวาววับ นางจับจ้องหมัวมัวนางนั้นไม่ไหวติง “จะตีข้าให้ตาย? เกรงว่าหากเจ้าตีข้าตายในคืนนี้ คนที่ต้องตายในวันพรุ่งนี้จะเป็นเจ้า!”
หมัวมัวชะงักงันแล้วกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่