ง “เจ้าช่างปากแข็งนัก! นี่เป็นคำสั่งของไทเฮา พรุ่งนี้เช้าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้าได้?”
“แต่ข้าออกจากตำหนักเย็นด้วยคำสั่งของเซ่อเจิ้งอ๋อง ข้าเป็นคนของเซ่อเจิ้งอ๋อง รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเซ่อเจิ้งอ๋องย่อมต้องเรียกตัวข้าเข้าพบ ถึงเวลานั้นท่านก็ยากจะหลบหนีความผิด!” หลินชิงเวยไม่อาจไม่ยกเซ่อเจิ้งอ๋องออกมาข่มอีกฝ่าย ด้วยต้องการถ่วงเวลาหาโอกาสให้กับตนเอง
เห็นนางพูดด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ มือเท้าของหมัวมัวผู้นั้นจึงเกิดอาการลังเลอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเพียงชั่วครู่ราวกับนางได้ตัดสินใจเด็ดขาด จึงถ่มน้ำลายลงพื้นไปคำหนึ่ง “ถุย! เจ้าเป็นสิ่งของอะไรกัน ถึงกับอาจเอื้อมกล้าบอกว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับเซ่อเจิ้งอ๋อง! ข้าจัดการกับสตรีในตำหนักในมาไม่น้อย ยังไม่เคยพบกับคนช้ำต่ำไร้ยางอายเช่นเจ้ามาก่อน! เบื้องบนมีไทเฮา เจ้าคิดว่าเจ้าจะยกเซ่อเจิ้งอ๋องมาข่มขู่ข้าได้หรือ พรุ่งนี้หากเซ่อเจิ้งอ๋องเรียกตัวเจ้า ก็เรียกศพของเจ้าอย่างไรเล่า!”
พูดแล้วไม่ให้โอกาสหลินชิงเวยได้เจรจาอีก นางออกแรงตวัดเพื่อดึงแส้กลับไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล ส่งผลให้แส้นั้นบาดลึกลงไปในฝ่ามือของหลินชิงเวยราวกับเนื้อจะปริแยกออกจากกัน นางยังไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวดแส้ก็ถูกตวัดลงมาเป็นครั้งที่สาม
ซินหรูตื่นตระหนกอย่างที่สุด นางร้องเรียกเสียงดัง “พี่สาว!” จากนั้นโผร่างเข้ามาอย่างไม่คิดถึงตนเอง ส่งผลให้แส้นั้นฟาดลงมาบนร่างของนางจังๆ ความเจ็บปวดนั้นทำให้นางส่งเสีย