ไทเฮามองหลินชิงเวย สีหน้าของหลินชิงเวยเปลี่ยนไปทันที ไทเฮากลับแย้มริมฝีปากแดงสดออกเป็นรอยยิ้ม “เป็นสายเลือดของคนชั้นต่ำจริงๆ นางกล้าออกมาจากตำหนักเย็นด้วยตนเองก็ให้โบยจนตาย”
“เพคะ” นางกำนัลออกไปหาไม้กระบองสำหรับลงโทษโบยทันที ทั้งยังกดซินหรูไว้บนพื้นเตรียมจะลงทัณฑ์
หลินชิงเวยเริ่มดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์สายตานั้นนิ่งลึก “หม่อมฉันขอเตือนไทเฮา ให้ไตร่ตรองดูให้ดีก่อนตัดสินใจทำจะดีกว่านะเพคะ!”
“คนชั้นต่ำคนหนึ่ง จ้าวกุ้ยเหรินแตะต้องไม่ได้ หรือเปิ่นกงเองก็ยังแตะต้องไม่ได้เช่นกัน?” ไทเฮาแค่นหัวเราะเสียงเย็น ค่อยๆ โน้มกายลงมาแตะปลายคางหลินชิงเวย “หรือเจ้าคิดจะผลักเปิ่นกงลงไปในสระน้ำ? หลินซื่อ ด้วยเจ้าเป็นบุตรสาวคนโตของสกุลหลิน เปิ่นกงจึงจำต้องอดทนอดกลั้นต่อเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าตำหนักในแห่งนี้มิใช่เรือนหลังบ้านของครอบครัวเจ้าที่เจ้าคิดจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นได้! ยังโง่งมอะไรกันอยู่อีก ลงทัณฑ์เดี๋ยวนี้ โบยนางจนตาย!” ไทเฮาจับปลายคางของหลินชิงเวยให้หันมามองซินหรูที่ถูกลงทัณฑ์ได้อย่างเต็มตา
หลินชิงเวยเม้มริมฝีปากกัดฟันแน่น แววตาค่อยๆ ปรากฏความโกรธขึ้ง
เห็นกับตาว่านางกำนัลนางนั้นเงื้อไม้กระบองนั้นขึ้นสูง เตรียมจะตีลงบนร่างกายของซินหรู ร่างกายของซินหรูอ่อนแอเช่นนั้น จะทนรับได้สักกี่ไม้กัน?
เสียงฟู่ๆ ดังขึ้นสองครั้ง ปลายลิ้นสีแดงก็แล่บออกมาจากข้อมือขาวราวกับหิมะของหลินชิงเวย ราวกับมันรับรู้ได้ถึงคว