าบน้ำทั้งใหญ่อีกทั้งน้ำร้อนก็มีมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเรือนที่นางเคยอาศัยในตำหนักเย็นแล้วช่างเป็นความแตกต่างราวฟ้ากับดิน
ซินหรูค่อยๆ ไม่เงียบขรึมไม่พูดไม่จาแล้ว หลังจากอาบน้ำเสร็จหลินชิงเวยช่วยใส่ยาให้นาง แม้ว่าเมื่อดูแล้วยังคงทั้งบวมทั้งแดงแต่ซินหรูรู้สึกดีขึ้นมาก
รัตติกาลมาเยือน
ในวังได้เตรียมอาหารมื้อเย็นไว้แล้วหลินชิงเวยและซินหรูนั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งคู่ ซินหรูมองอาหารเลิศรสที่วางอยู่เต็มโต๊ะด้วยดวงตาที่เบิกค้าง
ราวกับนางไม่เคยคิดมาก่อนว่านางจะยังมีโอกาสได้ลิ้มชิมรสอาหารเหล่านี้ ก่อนหน้านี้เมื่ออยู่ในตำหนักเย็นลำพังแค่ได้กินน้ำแกงเนื้อนกพิราบไม่กี่คำนางก็พึงพอใจมากแล้ว
ซินหรูสูดจมูกพลันได้ยินหลินชิงเวยกล่าวว่า “กินเถิด กินให้เต็มที่ เลือกกินเนื้อ”
“อื้อ!” ซินหรูน้ำลายสออยู่เนิ่นนานแล้ว หยิบจับเนื้อเหล่านั้นมากินอย่างไม่เกรงใจ แม้กระทั่งตะเกียบก็ทิ้งไว้ด้านข้างนั่นเอง
ไหนเลยจะคิดว่าอาหารมื้อนี้ยังไม่ทันได้กินให้อิ่มท้องด้านนอกก็เกิดเสียงวุ่นวายดังขึ้นระลอกหนึ่ง
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นหมัวมัวหน้ายักษ์รูปร่างใหญ่โตเดินเข้ามาราวกับมีลมหมุนอยู่ใต้ฝ่าเท้า เมื่อเห็นหลินชิงเวยและซินหรูแล้วจึงตวัดสายตาไปด้านข้างช่างทำให้คนประหวั่นพรั่นพรึงนัก เวลานั้นซินหรูถอยหลังและหดกายลง ปรากฏว่าหมัวมัวผู้นั้นเดินขึ้นมาไม่เอ่ยวาจาใดทั้งสิ้นนางตรงเข้าไปจับตัวหลินชิงเวยและซินหรู หิ้วทั้งสองคนออกไปด