ิดอยู่ “ตีสุนัขก็ยังต้องดูเจ้านายใช่หรือไม่?”
จ้าวซือหลันใช้มือค้ำลงบนโต๊ะหินในศาลาเพื่อประคองร่างของตน นางพูดด้วยท่าทีที่พยายามแสดงออกถึงความแข็งกร้าว “หลินชิงเวย เจ้า เจ้าช่างกล้าหาญเทียมฟ้า! เจ้าเป็นเพียงนางสนมที่ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งในตำหนักเย็น หลบหนีออกมาจากตำหนักเย็นแล้วไม่ว่า ถึงกับกล้ามาทำร้ายสาวใช้ของเปิ่นกง!”
“กล้าหาญเทียมฟ้า?” หลินชิงเวยย่างกรายเข้าไปหาจ้าวซือหลันทีละก้าว “เจ้ายังไม่เคยเห็น เวลาที่ความกล้าหาญของข้าสูงเทียมฟ้า แต่ข้าไม่รังเกียจที่จะให้เจ้าได้ประจักษ์ในเวลานี้สักครั้ง”
ทันทีที่มาถึงก็เห็นซินหรูถูกตบตีจนอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ นางถูกทำให้มีโทสะแล้วจริงๆ
“เจ้า เจ้า เจ้าคิดจะทำอะไร?” จ้าวซือหลันถูกหลินชิงเวยทำให้ตื่นตระหนกเสียแล้ว
ทุกย่างก้าวที่หลินชิงเวยก้าวขึ้นไปข้างหน้า นางก็ถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้ กระทั่งถูกบีบให้ถอยไปอยู่ริมศาลา หลินชิงเวยยังคงไม่หยุดเดินเข้ามา
นางกำนัลด้านหลังร้องตะโกนลั่น “เหนียงๆ ระวังเพคะ!”
จ้าวซือหลันเข้าใจว่านางกำนัลให้นางระวังหลินชิงเวยที่อยู่เบื้องหน้านาง ร่างของนางจึงถอยไปด้านหลังอีกอย่างมั่นใจ ถอยหลังก้าวนี้ดียิ่งนัก นางไม่ได้ระวังเลยว่าเวลานี้ได้เหยียบอยู่บนริมศาลาแล้ว ร่างของนางสูญเสียการทรงตัวหงายไปทางด้านหลัง เสียง ตูม ดังขึ้นเมื่อนางตกลงไปในสระมรกตด้านนอกของศาลา
สระมรกตอันกว้างใหญ่และใสราวกับกระจก จ้